แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Japan แสดงบทความทั้งหมด

[What's In] Live-Action Fullmetal Alchemist | เอ็ดเวิร์ด เอริคและยามะเรียว เมื่อความโอตะและความติ่งมาบรรจบ



เดือนเมษานี้บล็อกนี้ก็ครบรอบปีพอดี ปีนี้เราไม่ได้เล่นApril Fool'sอะไรเลยเพราะคิดมุกไม่ออก(แงง)
แต่ ! ! !
เดือนนี้ไม่ได้เป็นเดือนหงอยเหงาอีกต่อไปเพราะมีข่าวนี้ออกมา ไม่มีข่าวอะไรที่ทำให้ดีใจ แบบจะร้องไห้น้ำตาไหลไปด้วยความปลาบปลื้มปลื้มปิติที่่สุดในตั้งแต่เริ่มปีมานี้อีกแล้วจริงๆ นี่ตอนเลื่อนเจอข่าวนี้ขนลุกซู่และน้ำตาคลอ (คือเข้าเรื่องเหอะมึง)

ข่าวที่จะบอกคือ

FULLMETAL ALCHEMIST หรือ แขนกลคนแปรธาตุ กำลังจะทำเป็นLive Action ภาคคนแสดง !
(กรี้ดสิคะ รออะไรรรรรรรรร)
บางคนเปิดมานี่อาจจะงงว่า Fullmetal Alchemist ที่พูดถึงอยู่นี่คืออะไร เราจะขออธิบายสั้นๆได้ใจความว่า Fullmetal Alchemist หรือ FMA ก็คือมังงะที่ได้ทำเป็นอนิเมะตอนปี2003-2004 ที่โคตรจะดัง ดังมากมาก ดังแบบดังไม่หวาดไม่ไหว อนิเมะเรื่องนี้กวาดรางวัลมามากมายทั้งเวอร์ชั่นภาคญี่ปุ่นและภาคอังกฤษ(มั้ง) แต่ที่แน่ๆใครที่เป็นแฟนอนิเมะสมัยนั้น(เรียกสมัยนั้นแล้วแลดูเก่าแก่มาก)จะรู้เลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ภาพสวยที่สุด(เราคิดแบบนั้นอะนะ) Productionและองค์ประกอบหลายๆอย่างในเรื่องรวมทั้งเพลงประกอบคือดีมาก มันดีงามเข้ากันไปหมดทั้งOSTของเรื่องหรือพวกเพลงประกอบอย่าง Melissa ของ Porno Graffitti, Ready Steady Go ของ L'arc~en~Ciel, Undo ของ Cool Joke หรือ Rewrite ของ Asian Kung-Fu Generation(กดลิงค์ที่ชื่อเพลงไปลองฟังกันได้) เราก็เป็นหนึ่งในแฟนตัวยงของอนิเมะเรื่องนี้ก็ได้กว้านซื้อฟิกเกอร์Edward Elricมาอย่างบ้าคลั่งแบบคนไร้สติ เพลงก็ร้องได้ตั้งแต่เปิดเรื่องยันจบเรื่อง Photobook แมกกาซีน เจอหน้าEdward Elricก็หยิบทันที หลงนักเล่นแร่แปรธาตุของทางการคนนี้มากถึงมากที่สุด 
กลับเข้ามาเรื่องเนื้อหาของอนิเมะเรื่องนี้ก่อน (นี่ขนาดบอกว่าจะอธิบายสั้นๆได้ใจความนะเนี่ย)
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องตระกูลElric Edward Elric และ Alphonse Elric ที่สูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็กและทั้งสองคนก็พยายามเรียนรู้วิธีการเล่นแร่แปรธาตุโดยที่มีความคิดว่าจะสามารถชุบชีวิตคุณแม่ที่เสียไปแล้วขึ้นมาโดยการเล่นแร่ได้ แต่...อย่างที่เราก็รู้กันอยู่ว่าเมื่อคนตายไปแล้ว ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถชุบชีวิตคนตายขึ้นมาใหม่ได้เพราะถึงแม้ว่าทางทฤษฎีจะมีเขียนไว้มากมายเท่าไหร่ก็ได้ตาม ไม่มีใครสามารถทำให้มันสำเร็จได้เลยซักคนเดียว เพราะกฎของการเล่นแร่แปลธาตุคือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม และการชุบวิญญาณของคนตายถ้าไม่จ่ายสิ่งที่เท่าเทียมกันออกไปก็จะไม่สำเร็จ ระหว่างการเล่นแร่เพื่อชุบชีวิตแม่ Alโดนแย่งชิงร่างกาย ส่วนEdเสียขาซ้ายและยอมเสียสละแขนขวาเพื่อนำวิญญาณของน้องชายกลับมาฝังไว้กับหุ่นเกราะเหล็กแทน การเดินทางในเรื่องคือเป็นการเดินทางตามหาศิรานักปราชญ์ของสองพี่น้องเพื่อจะช่วงชิงของที่สูญเสียไปของตนกลับมา (ระหว่างนั้นก็เจออะไรบ้าบอมากมายก่ายกองถ้าเล่าในนี้สิบหน้าก็ไม่จบ เอาง่ายๆคือแนะนำให้ไปดูอนิเมะ)
FMA มีอนิเมะสองเวอร์ชั่นนะคะ เวอร์ชั่นแรกตอนปี2003-2004เป็นอนิเมะที่ทำออกมาระหว่างที่คนเขียนยังเขียนเรื่องไม่จบแต่อนิเมะจบก่อนเลยจะมีเรื่องราวตอนหลังๆที่จะสร้างขึ้นใหม่ ส่วนเวอร์ชั่นคือBrotherhoodของปี2009-2010 เป็นเรื่องที่ทำออกมาเหมือนหนังสือการ์ตูนเลยเท่าที่รู้มาเพราะทำตอนหนังสือการ์ตูนจบพอดี เราดูแต่เวอร์ชั่นแรกเพราะคิดว่าเวอร์ชั่นBrotherhoodภาพมันไม่ค่อยสวยเท่าอันแรกค่ะ(จริงๆคือน่าจะคิดไปเองรึเปล่า) แต่ก็ว่าจะไปหาBrotherhoodมาดูเพราะอยากรู้ว่าตอนจบจริงๆมันจะเป็นยังไง(จริงๆคือคิดถึงเอ็ดเวิร์ดเหลือเกิน)

เดี๋ยวนะคือจะมาบอกต่อเรื่องข่าวที่จะทำภาคคนแสดงว่ะ แต่คือนี่เผยแต่ความโอตะในอนิเมะ...คือหยุดไม่ได้จริงๆ ขอต่ออีกหน่อยนะ
"มนุษย์...ไม่สามารถได้อะไรมาโดยไม่สูญเสียสิ่งใดไปเลย
การที่จะได้อะไรมานั้น...จำเป็นต้องจ่ายสิ่งที่เท่าเทียมกันออกไป
นี่ก็คือ "กฏการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม"
ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า มันเป็นสัจจะของโลก"
"คนเราไม่สามารถที่จะได้อะไรมาโดยไม่เสียบางสิ่งบางอย่างไปเป็นการแลกเปลี่ยน...
การที่คนเราได้สิ่งใดมานั้นจำเป็นต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่าเท่าเทียมกัน
...นี่คือกฏการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันของการเล่นแร่แปรธาตุ"  
สองquoteนี้คือคล้ายๆกันแต่คำพูดพวกนี้ในอนิเมะเป็นอะไรที่เราชอบมาก เพราะมันทำให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่อนิเมะดูสนุกๆแต่เป็นอนิเมะที่สอนให้เราคิดเกี่ยวกับชีวิตของเราด้วย กฎการแลกเปลี่ยนของการเล่นแร่แปรธาตุก็ไม่ต่างอะไรจากพื้นฐานการใช้ชีวิตของทุกอย่าง เพราะไม่มีอะไรได้มาฟรีๆเราจะต้องจ่ายอะไรออกไปเพื่อจะได้อะไรกลับมา

ในที่สุดก็จะเข้าเรื่อง Live Action แล้วค่ะ!
(พรบมืออออ สุดท้ายนี้การเผยความโอตะก็จบสิ้นขอเชิญเข้าสู่วงการติ่ง)
หนังมีกำหนดจะถ่ายทำกันที่อิตาลีในเดือนมิถุนา-กรกฎาปีนี้ และจะเข้าโรงฉายในฤดูร้อนปี 2017
นี่คือตื่นเต้นแบบหายใจไม่ทัน ใจเต้นรัวตั้งแต่ประกาศพระเอกของเรื่องตอนนี้ยังไม่หาย และรายชื่อนักแสดงโดยคร่าวๆได้ออกมาแล้ว โดยมีรายชื่อผู้เข้าประกวดดังต่อไปนี้ค่ะ (แต่น แตน แต๊นนนน)

YAMADA RYOSUKE as EDWARD ELRIC
ยามาดะ เรียวสุเกะ เซ็นเตอร์สุดสวยและหล่อในเวลาเดียวกันแห่ง Hey! Say! JUMP (อวยเมนแปป) 
เพิ่งจะโปรโมตAssassination Classroom ภาคสองไปหมาดๆ(หรือน่าจะมีโปรโมตต่ออยู่ ณ ตอนนี้) งานละครไม่มีเห็นมีเข้าแต่งานภาพยนตร์มาเต็มมากในสองปีที่ผ่านมา เต็มที่เราว่าก็...4เรื่องนะ Assassination Classroom ภาค1และ2, Grasshopper และนับรวมFMAไปด้วย เรื่องความสามารถทางการแสดงของยามะเรียวนี่ไม่ต้องพูดถึงค่ะ คนนี้เล่นละครมาตั้งแต่JUMPยังไม่เดบิวต์เลยด้วยซ้ำ มีงานละครเข้าแทบจะทุกปีตั้งแต่2006 มีปีสองปีเนี่ยแหละที่ไม่เห็นมีละครเลย(ติ่งเสียใจมาก) ยามะเรียวเหมือนจะเดินสายอนิเมะ(ส่วนยูโตะเป็นสายพระเอกนิยาย)เพราะบทที่ได้นี่มักมาจากหนังสือการ์ตูน ตั้งแต่ละครเรื่องแรกที่เล่นเป็นริวจากโรงเรียนนักสืบQ หลานปู่อย่างคินดะอิจิที่ตอนแรกเล่นแค่หนังSpecialก็มาต่อเป็นละครภาคNEO มาเป็นนางิสะจากAssasination Classroom และก็มาได้รับบทเอ็ดเวิร์ด เอริคนี้อีก ล่าสุดที่ทุกคนเอ่ยปากชมกันไม่หวาดไม่ไหวคือละครพิเศษของทางNTV 24Hrs เรื่องOkasan, Ore wa Daijoubuที่ยามะเรียวลงทุนลดน้ำหนักไปหลายโลเพื่อจะเล่นบทนี้(จากแก้มจะแตกกลายเป็นหน้าเรียวแบบสาวสวย แต่แลดูตัวเล็กมากบางเกิน) เล่นดีมากน้ำตาท่วม ส่วนบท"นางิสะ"จากเรื่องอันซัทสึ ตอนแรกเราเฉยๆกับการที่ยามะเรียวได้บทนี้เพราะคิดว่ามันไม่ค่อยเข้า แต่พอได้ดูหนังภาคแรกเท่านั้นแหละ...พูดได้เลยว่าไม่มีใครเล่นบทนางิสะได้ดีเท่าคนนี้แน่ๆ ในหนังสือการ์ตูนเป็นยังไง ยามะเรียวสามารถถ่ายทอดตัวละครออกมาได้อย่างนั้นเลย(บอบบาง สาวน้อยสุดไรสุด) หนังก่อนหน้าอันซัทสึภาคล่าสุดก็Grasshopperที่ดัดแปลงมาจากหนังสือนิยาย ยามะเรียวเล่นเป็นนักฆ่ามืออาชีพชื่อเซมิ ที่พอดูตัวอย่างหนังแล้ว...ภาพนางิสะสาวน้อยหายไปทันทีเพราะนี่มันไม่ใช่คนคนเดียวกัน! ยามะเซมิดูโหดมาก โรคจิตมากและเท่มากมากแบบมากมาก นี่รอดูอย่างใจจดใจจ่อเพราะดีวีดีหนังเพิ่งวางแผงค่ะ รอคนแปลซับไทย...กะจะซื้ออุดหนุนแต่ไม่มีปัญญาฟังญี่ปุ่นออกค่ะ ยกเลิกแผนช่วยปั่นยอดขาย 

Kindaichi NEO/Assasination Classroom/Okasan, Ore wa Daijoubu/Grasshopper
วนกลับเข้าเรื่องที่เป็นจุดประสงห์ของบล็อกนี้แปป(ก่อนที่จะออกทะเลไปมากกว่านี้) คือเราบอกได้เลยว่าพอเห็นทวีตข่าวที่บอกว่า ยามาดะ เรียวสุเกะ จะมารับบทเอ็ดเวิร์ด เอริค...เรามือสั่น ใจเต้นสุด ตื่นเต้นมาก เพราะคิดมาตลอดว่าถ้าจะทำเป็นภาคคนแสดงคงไม่มีใครเหมาะกับการเป็นเอ็ดแล้วเราต้องรับไม่ได้แน่ๆไม่ว่าใครจะมาเล่นบทนี้ แต่พอเป็นคนนี้...ยอมเลยค่ะ สมบทบาทสุดๆในความเตี้ย/ตัวเล็ก(ตู้ม! โดนยามะเรียวและเอ็ดโดดถีบ!) 
ยามะเรียวเป็นคนที่มีคาแรคเตอร์และตัวตนที่มีความเอ็ดอยู่ในตัว ทั้งเตี้ย(แหนะ...ยังจะเน้นเรื่องนี้อีก) พอมาดนิ่งก็จะเท่มากๆแต่เป็นคนที่ขี้โวยวายสุดๆ ยังไงก็คงต้องจะรอดูภาพcastingที่จะออกมาช่วงกลางปีอีกที...แต่ยังไงยามะเรียวที่เป็นเอ็ดเวิร์ดก็คงจะเท่สุดๆนั่นแหละ (งานอวยไม่เคยจบ) 


________________ as ALPHONSE ELRIC
ตัวละครของอัลยังไม่มีการประกาศว่าใครจะมาเล่น แต่เราว่าจริงๆเค้าอาจจะทำเป็นCGIด้วยซ้ำละพากย์แค่เสียงเอา เพราะยังไงก็เป็นหุ่นเกาะเหล็กไม่ได้โชว์หน้าจริงของอัลป่ะ

DEAN FUJIOKA as ROY MUSTANG
ตัวละครสำคัญรองลงมา(วัดจากระดับความติ่ง)ก็จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก พันเอกรอย มัสแตง ที่รับบทโดย ดีน ฟุจิโอกะ
คนส่วนใหญ่ไม่น่าจะรู้จักนักแสดงคนนี้(หรือถ้าพวกยุคก่อนหน้านี้อาจจะรู้จักมั้ง) เพราะขนาดเราที่ว่าดูละครญี่ปุ่นมาพอสมควรตอนแรกยังไม่รู้จักเค้าเลยถ้าไม่ได้มาดูละครดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนที่เพิ่งจบไปหมาดๆอย่าง Dame wa Watashi ni Koishite Kudasai หรือ "ช่วยรักฉันที่ไม่เอาไหนทีเถอะ"
พอชื่อตัวละครคนอื่นนอกจากเอ็ดเวิร์ดประกาศ พอเราเห็นชื่อดีน ฟุจิโอกะปุ๊ปก็ใจสั่น ตื่นเต้น เพราะชูนินทำให้หลงมาตั้งแต่ในเรื่องDameแล้ว แต่นอกจากในประเทศดีน ฟุจิโอกะก็เหมือนจะทำงานฟากไต้หวันฮ่องกงซะส่วนมากนะ(อันนี้เราไม่รู้รายละเอียดไม่อยากโม้มาก) เราว่าดีน ฟุจิโอกะเป็นผู้ชายญี่ปุ่นที่ดูดี มีสไตล์ไม่หวือหวาอะไรเกินไป ดูดีแบบนิ่งๆมาดๆ ภาษาอังกฤษก็ดี ภาษาจีนก็ได้ ยังไงก็ได้ค่ะ ดีไปหมดแหละค่ะ ชอบค่ะ
สรุปง่ายๆว่าเรารอดูการเป็นพันเอกมัสแตงของดีน ฟุจิโอกะอย่างติ่งที่น่ารัก คนที่เป็นแฟนอนิเมะอาจจะไม่คิดว่าดีนจะเล่นเป็นมัสแตงได้ดี แต่เท่าที่เราดูมาดของผู้ชายคนนี้ในละคร...เราว่าน่าจะพอไหวอยู่นะ ความกวนตีนแบบนิ่งๆได้อย่างน่าหมั่นไส้นี่ได้อยู่

HONDA TSUBASA as WINRY ROCKBELL
สาวสวยผมทองอย่างวินลี่จะได้ฮอนดะ ซึบาสะมาเล่น...กำลังพยายามนึกภาพ แต่ก็คงจะโอเคอยู่นะเพราะซึบาสะก็น่ารักอยู่นะ เราได้รู้จักฮอนดะ ซึบาสะจากการดูละครเรื่องKoi Naka และ หนังเรื่องAo Haru Ride ในสองเรื่องนี้เราว่าคาแรคเตอร์ของซึบาสะก็แอบคล้ายๆกันคือเป็นผู้หญิงที่ดูไม่หวานแถมยังห้าวได้อีกต่างหากเลยทำให้ตัวละครมันดูจริงใจดีไม่แอ๊บแบ๊วอะไรจนเกินไป ซึ่งก็ดูเป็นตัวตนที่เข้ากับวินลี่ในความคิดเราเพราะวินลี่ถึงแม้ว่าจะเป็นสาวสวยแต่ก็มีความแมนในตัวสูงมาก(ไม่แมนได้ไงก็เป็นช่างทำออโต้เมลอ่ะ) ซึบาสะจังดูเป็นคาแรคเตอร์ที่จะมีหยุดขี้โวยวายของยามะเรียวได้ดี รอติดตามๆ

HONGO KANATA as ENVY
ด้วยความที่เล่นบทที่คาแรคเตอร์แปลกๆมาได้หลายเรื่อง บทนี้ก็คงเหมาะกับบทโฮมุนครูสสุดโรคจิตนี้ดี ฮอนโกะเป็นคนที่มีความสามารถทางด้านการแสดงสูงมากในความคิดเรา เล่นละครและหนังมาหลายเรื่องส่วนใหญ่คือเป็นดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น NANA 2, Prince of Tennis, Attack on Titan, GANTZ อะไรอีกมากมายนะ รู้จักครั้งแรกก็จากเรื่องเดียวกับเรื่องแรกของยามะเรียวคือบทนักแสดงรับเชิญในตอนนึงของโรงเรียนนักสืบQ 

SATO RYUTA as MAES HUGHES
ถ้าถามว่ารู้จักซาโต้ ริวตะไหม ก็คงต้องบอกว่าเคยเห็นผ่านละครมาบ้าง เรื่องที่เคยดูก็คงเป็นเรื่องShitsuren Chocolatierที่เจ้าตัวรีบบทเป็นChocolatier หรือ คนทำชอกโกแลต(เรียกเหมือนแบบปาติซิเย่ไรงี้ป่ะ)ที่เป็นเกย์ ฮิวช์ก็เป็นอีกตัวละครในเรื่องที่เราชอบมากและเท่าที่ดูซาโต้ ริวตะซังก็น่าจะเล่นเป็นบทฮิวช์ได้ดีพอสมควรนะ

OIZUMI YO as SHOU TUCKER
โช ทัคเกอร์ นักเล่นแร่แปรธาตุผู้เอาลูกสาวมาเป็นเครื่องสังเวยการทดลอง จะรับบทโดยลุงจากเรื่องLucky Sevenเป็นเรื่องเดียวที่เราเคยดูโออิซุมิ โยเล่น ที่เหลือไม่มีข้อมูล (ฮาาาา) ขอผ่านค่ะ

UCHIYAMA SHINJI as GLUTTONY
ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่รูปร่างก็บอกถึงการรับบทที่ลงตัว (นิสัยไม่ดีว่ะ) อุจิยามะ ชินจิ...ถ้าใครเป็นคนที่ดูละครญี่ปุ่นก็น่าจะเคยเห็นคนคนนี้มาบ้าง อย่างน้อยก็เรื่องนี้ที่ดังมากขนาดเอามาฉายที่ช่องเจ็ดบ้านเราอ่ะ เรื่องนั้นก็คือGokusen อุจิยามะ ชินจิรับบทบาทในเรื่องGokusenต้้งแต่ภาคแรกยันหนังเล่นอยู่แค่เซ็ตซีรีย์นี้เรื่องเดียวเหอะเอาจริง 

MATSUYUKI YASUKO as LUST
เป็นคนเดียวในลิสที่ประกาศออกมาแล้วไม่รู้จัก แต่ถ้าดูจากลุคก็น่าจะพอไหวมีความเริดอยู่ แต่ไม่รู้จะรีแอคยังไงหรือออกความเห็นอะไรอ่ะเพราะไม่เคยดูเรื่องที่เค้าเล่นเลย ขอผ่านค่ะ (รู้ว่าเล่นเรื่องMotherกับมานะจังเมื่อปี2010แต่ไม่เคยดู)

ทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจจะมองเห็นได้ชัดว่าอะไรคือจุดประสงห์ของการเขียนบล็อกบอกข่าวเรื่องการสร้างหนังภาคคนแสดงของอนิเมะ/การ์ตูนเรื่องนี้ สั้นๆได้ใจความคือ เป็นโอตะ และ เป็นติ่ง ค่ะ คำบรรยายและคำอวยคนแสดงของยามะเรียวนี่ยาวกว่าคนอื่นสามหน้ากระดาษ แต่เอาหน่า...ถึงมันจะดูเหมือนการอวยเมนและอวยอนิเมะอย่างเดียวแต่ความสามารถการแสดงของแต่ละคนก็ของจริงนะคะแถมความดีของอนิเมะก็ของจริงด้วย หลังจากนี้ก็รอการประกาศของการเริ่มถ่ายทำ ไปโลเคชั่น ภาพตัวอย่างหรืออะไรก็ว่าไร แต่ไม่ว่าอะไรจะออกมาก็ทำให้ตื่นเต้นได้ตลอดจริงๆ 
เอาจริงคือเราตั้งความหวังกับเรื่องนี้ไว้สูงมากกกกกก แบบไม่มีปิดบัง(ขนาดนี้แล้วปิดก็ไม่มิดแล้วอ่ะ) เพราะ 1)นี่คือเรื่องFMA และเป็น Edward Elric ตัวละครที่ชอบมากแบบหลงรักจริงๆแบบไม่มีอะไรจะบรรยายความชอบ 2)คนที่จะเล่นคือยามะเรียว ที่เป็นเมนที่ชอบมาตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก(คืออายุใกล้ๆกันว่ะจริงๆแล้ว) ความสวยความหล่อความเท่มันรวมอยู่ในคนคนเดียว 3) มันหาได้ยากมากที่ความโอตะและความติ่งจะมาบรรจบกันได้อย่างพอดิบพอดี หวังว่าหนังจะทำออกมาดีเพราะได้ข่าวว่าช่วงต้นจะทำตามเนื้อเรื่องเดิมส่วนช่วงหลังจะเป็นบทที่เขียนขึ้นมาใหม่ให้ตัวภาพยนตร์โดยเฉพาะ ยังไงก็แล้วแต่เราก็ได้แต่รอดูว่ามันจะออกมาเป็นยังไง ยามะเรียวจะไปแรดที่อิตาลีจะเริดขนาดไหน...เดี๋ยวรู้กัน

ติ่งต่อแปป หัวทองตาสีอ่อน(ใส่คอนแทคเลนส์) คือสวยไปอีกกกก
ปล1.อยากจะแนะนำละครที่เราเคยดูพวกนักแสดงพวกนี้เล่น ส่วนใหญ่จะเป็นลิงค์ของทางบ้านDark-Drama นะคะ ขออนุญาตทางเพจใน ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 
Okasan, Ore wa Daijoubu
Kindaichi Shounen no Jikenbo N (NEO)
Dame wa Watashi ni Koishite Kudasai
Koi Naka
Blue Spring Ride (Ao Haru Ride)
Shitsuren Chocolatier
ปล2.ขออภัยหากผิดพลาดประการใดค่ะ ส่วนใหญ่ที่โพสจะเป็นจากความเห็นส่วนตัว อาจมีเหมือนส่วนที่เป็นสาระนิดหน่อยแต่หลักๆก็ติ่งแหละค่ะ
ปล3.ใครชอบเรื่องนี้บ้าง ยกมือขึ้นนนนนน
Credit
- News about casting >> T.J. Movie Review , OtakumodeOtakomu
- tumblr


- THANK YOU - 

[MyMeMind] KAT-TUN + HYPHEN | หกห้าสี่สาม ไฮเฟ่น

[FANGIRL ALERT] ขออนุญาตบอกตรงนี้ว่าบล็อกนี้เป็นเรื่องราวความในใจของติ่งคนนึงที่มีความคิดที่หยุดไม่ได้จนต้องหาที่ระบาย

เราเป็นไฮเฟ่นค่ะ ไฮเฟ่นก็คือไอ้ตัว " - " สัญลักษณ์ในแป้นพิมพ์คีบอร์ดของเราเนี่ยแหละ
ไฮเฟ่นคือชื่อเรียกแฟนคลับของวงไอดอลญี่ปุ่นที่ชื่อว่า KAT-TUN หรือ คัตตุน แล้วไอ้ตัวไฮเฟ่นเนี่ยคือไอ้ขีดกึ่งกลางระหว่างKATและTUN เป็นตัวเชื่อมชื่อให้ต่อกัน (ประวัติเอากันแค่นี้ก่อน ถ้าไม่หยุดมันจะยาวมาก)

เนื่องด้วยเหตุการที่ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นเมื่อคืน (24.11.2015) ทำให้ช็อกไปซักพักใหญ่ๆดูอะไรก็นอยด์ไปหมด ขนาดเด็กๆ Hey! Say! Jump น่ารัก หล่อ สวย ขนาดไหนก็ทำให้ยิ้มไม่ได้เมื่อในขณะที่รถติดอยู่กลางสี่แยกอโศกและทำการติ่งไล่ตามทวิตเตอร์รายการเพลงที่ถ่ายทอดสดที่ญี่ปุ่นอยู่ไปเจอทวิตแรกที่บอกว่า...ทางุจิ จุนโนะสุเกะ จะออกจากKAT-TUNและออกจากJohnny'sในใบไม้ผลิปีหน้า
โมเม้นที่เลื่อนไปเจอทวีตนั้น...แทบจะหยุดขับรถ จากที่คุยเล่นกับเพื่อนบนรถคือเงียบ พูดอะไรไม่ออก คิดอะไรไม่ออก แล้วอยู่ๆน้ำตาก็ไหล ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายขนาดเพื่อนได้ยินแต่มันไหลออกมาเฉยๆส่วนเราก็หน้าเฉยๆและขับรถต่อไป เมื่อวานมีนัดกินข้าวเย็นกับเพื่อนพอดีเลยจบการรับรู้ไว้เท่านั้นก่อน...วางมือถือแล้วอยู่กับเพื่อน เพราะเราเชื่อว่าถ้าเราเปิดมือถือต่อไปเราจะไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เราจะหลุดออกจากตรงนั้นไปเลย

เราไม่เปิดดูไลฟ์เลย ไม่เปิดดูอะไรเลยจนกลับมาถึงบ้าน แต่ที่แน่ๆระหว่างทางกลับบ้านเราเปิดเพลง4Uและเพลง Whenever I Kiss Youซ้ำไปซ้ำมาตลอดทาง พอกลับถึงบ้านก็นั่งไล่ตามทุกอย่างที่หยุดไว้ สรุปก็คือจุนโนะประกาศออกจากวง และ คัตตุนจะเหลือกัน3คนในใบไม้ผลิปีหน้า และอนาคตของวงก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะอยู่ต่อหรือจะยุบวงขึ้นอยู่กับการตัดสินในของสามคนที่เหลือ (ที่บอกว่าสามคนที่เหลือเพราะว่าก่อนหน้านี้คัตตุนมีคนออกจากวงไปแล้วสองคน ในระยะเวลา...สี่ปี จุนโนะคือคนที่สาม)

ที่เรามาโพสบล็อกนี้ไม่ใช่ว่าจะมาบ่นว่าไม่พอใจ ไม่โอเค หรือโกรธ หรือโทษอะไรใครในวง เรามาโพสเพราะเราคิดว่ามันเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งซึ่งจริงๆก็คงไม่มีใครคิดเหมือนกัน ทุกคนมีสิทธิที่จะคิดไปตามความคิดของตัวเอง แต่สำหรับเราความรู้สึกที่เรามีคือเราสงสาร เราเป็นห่วง เราเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เราไม่รู้สึกผิดหวังกับวงหรือกับสมาชิกที่เลือกที่จะออกจากวงเลย เราไม่สามารถพูดได้ว่าเราเข้าใจจุนโนะนะที่เลือกแบบนี้...แต่เราบอกได้เลยว่าเราพยายามจะเข้าใจและเคารพการตัดสินใจของจุนโนะ ในการตัดสินใจแบบนี้มันแน่นอนอยู่แล้วว่าจะมีคนไม่พอใจและรู้สึกผิดหวังหรือหนักกว่านั้นคือรู้สึกว่าโดนหักหลัง เราไปอ่านเจอทวีตนึงพูดถึงรูปรวมและเรียกว่าเป็นการเสแสร้งหรือFAKE พอเราอ่านเราร้องไห้ออกมาเลย ไม่ใช่เพราะเรารู้สึกแบบเดียวกันแต่เรารู้สึกแย่กับคำนี้มากกว่า คนที่ทวีตเค้าไม่ผิดหรอกที่จะคิดแบบนั้น แต่พอเราอ่านเจอเข้าจริงๆเราก็รับไม่ได้ เราไม่พอใจ เราไม่โอเค เพราะการที่คุณเรียกการกระทำของพวกเขา(KAT-TUN)ว่าเป็นการเสแสร้งมันเป็นการไม่เคารพทั้งคนที่ยังอยู่กับวงและคนที่เลือกที่จะเดินอีกทาง วงKAT-TUNเป็นเหมือนชีวิตของเมมเบอร์ไม่ต่างจากพวกเราที่เป็นแฟนคลับคิดหรอก การที่จุนโนะตัดสินใจแบบนี้ออกมามันคงคิดมานานมากๆคิดเยอะมากๆแล้วยิ่งเป็นจุนโนะคนที่ทำให้พวกเราเห็นตลอดว่าเขาจริงจังกับการกระทำของเขาไม่ว่าจะเป็นการเต้น การร้อง การเล่นมุขตลกที่โคตรไม่ตลก การอยู่กับเมมเบอร์ขนาดนี้ คือกล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าทั้งหมดนั่นเป็นการเสแสร้ง จุนโนะไม่ผิดนะในความคิดเรา(คนอื่นอาจจะไม่คิดแบบนี้...แต่เราบอกว่าบล็อกนี้คือความคิดเราล้วนๆ) จุนโนะไม่ผิดที่จะมีปลายทางคนละทางกับพวกเราเพราะทุกคนมีสิทธิเลือกในทางของตัวเอง เราคิดว่าสิ่งที่พวกเราทำได้คือไม่ใช่ต่อว่าการกระทำของจุนโนะที่คิดมาเยอะมากแล้วแต่เป็นการสนับสนุนและขอบคุณสิ่งที่จุนโนะทำมาทั้งหมดให้พวกเราแฟนคลับและวงนี้เกือบ10ปีของการเดบิวต์
เราอยากจะบอกกับจุนโนะว่า ขอบคุณเจ้าชายยิ้มสวยสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา อย่าท้อนะ อย่าโทษตัวเองนะ ยิ้มนะ เพราะเวลาจุนโนะยิ้มคือดีที่สุดแล้วจริงๆ

กลับมาหาคนอื่นในวง...เดี๋ยวจะว่าเข้าข้างแต่จุนโนะ
ตอนนี้เชื่อว่าอีกสามคนต้องกดดันสุดๆ ตอนที่จุนโนะพูดเมื่อวานอีกสามคน พี่ยู ทัตจัง และ คาเมะคือหน้าตึงมาก คาเมะพูดขอโทษแบบเดิมอีกครั้ง(จากครั้งก่อนคือตอนที่โคคิออก) ทัตจังในmessageก็ดูจะโทษตัวเองที่ไม่มีความสามารถและไม่แกร่งมากพอที่จะเปลี่ยนใจจุนโนะได้ พี่ยูที่ออกมาขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เราไม่รู้จะพูดอะไรคือตอนอ่านmessageของทั้งสี่คน(รวมจุนโนะด้วย)เราน้ำตาไหล คือเป็นแค่แฟนคลับกระเหรี่ยงที่ห่างไกลทำอะไรไม่ได้ แต่สิ่งแรกที่คิดตอนอ่านคืออยากกอดทั้งสี่คนแน่นๆแล้วบอกว่าไม่เป็นไรนะ เราเข้าใจนะ ร้องไห้ออกมานะ เรารู้ว่ามันเหนื่อยมากนะ พยายามกันมามากจริงๆนะ เราขอบคุณมากนะ เรารู้ว่ามันลำบากมากนะแต่อย่าลืมนะว่ายังมีพวกเราไฮเฟ่นอยู่ตรงนี้ตลอดนะไม่ได้ไปไหนนะ

และในรายการสดเมื่อวานเจอรีพอร์ตบอกว่าคาเมะหันมาพูดกับแฟนคลับว่า ไม่เป็นไรนะ
คือมึง(เริ่มขึ้นมึง) พวกกูสิต้องบอกมึงว่าไม่เป็นไรนะ อย่ามาทำเป็นปลอบนะ รู้ว่าพยายามรักษาวงมาตลอด รู้ว่าเหนื่อยมากๆ โอ้ย อยากกอดแน่นๆ :( อยากบอกอุเอ้ว่าแกหยุดโทษตัวเองเราไม่ได้โทษแก เราไม่ได้โทษใครทั้งสิ้น อยากบอกพี่ยูว่ารักมากมาก

ความคิดโคตรไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง นี่พิมพ์แบบไม่สนใจโลก อยากพิมพ์อะไรก็พิมพ์ จริงๆมันคิดเยอะแยะกว่านี้มากแต่มันก็ไม่รู้ว่าจะพิมพ์อะไรออกมาอีก

-----------------------------------------------------------------

Seriously, I think I should also say something about this in English. With English I think I can say something out more, I guess. WE passed through so many things in this passing years! From Jin leaved the group and followed by Koki and now yesterday it was Junno who announced to leave. It was indeed the scariest thing that WE (Hyphen) ever wanna think of. And yet, it happened. I know it's tough for fans to support them when we got disappoint and hurt by the leaving members. However, I don't feel disappointed. What I feel is not disappointed. I might be sad and felt down for the whole day but not disappoint. I am PROUD of them, of all 4 of them. Actually not 4 of them but...6 of them! KAT-TUN has 6 members ad always be so. They all did their best to keep this group going, they shed tears (I believe) and they tried so hard. It was just that our destination are not the same anymore. I understand them (both those who stay and those who step out). Not that I understand them personally of what they think and stuff but I tried my best to understand them and not blame hem. For this kind of incident, there is no one to blame actually. No one is a bad guy and no one is to say fault words to. It was not their faults if you ask me. Everyone of us are individual, of course not everyone of us able to have the same ideas and goals.

I know lots of fans felt as if they are betrayed by those who step out but I beg you, they are not wrong to choose another path and not the same one as us, Hyphens. When they were still all KAT-TUN, you gave all your love and support but once they were not the members anymore, you can actually just ditch them and hate them? Really? You can really do that? I honestly can say that I can not. I love them the ways they were and the way they are now. I love seeing those former members Jin and Koki to get to do what they want and move on to find ways to success their goals. I hope Junno is able to do the same thing too. I don't blame him for leaving us, but I thank him for letting us know him and receiving his love for the passing years. Many still hope that in this last 4 months Junno might change his mind. I hope so too. However, I do respect his decision. I felt thankful for everything he did for us as member of KAT-TUN. He, the one who always did his best, the one who always dance his hardest, and the one who always tried so hard to make others smile, is always my favorite smiley prince. If I could hug him right now I'll do! A big hug to you Junno! 

As for the three strongest members of ours, I know it was so hard for them to see their friends one by one to step out of what they tried so hard to keep together. I felt sad for them and really wanna give them a big hug! A very tight one! To let them feel and know that we're still here. Always do. Kame and Nakamaru and Ueda! Don't leave us yet! We are not going away. Please don't blame yourself for what happen, no one can do anything after all and I do know what you guys did try your best to keep this together already! Thank you so much for all your hard work! And for those fans out there, please don't leave! Think of all the things we have been through! We are tough enough to pass another obstacles, don't you think so? 

The future of the group is still unclear but I do say whatever the decision is I respect them and always support whatever they decide to do. If the group still go on, I'll give all my might! (haven't check my wallet yet...oops!)

ps. I know Kame love KAT-TUN so much, as much as a person can do. I hope things are going well and don't hurt him/them anymore than this. For a person like him, he can just left the group and do solo but he did not. That's how much he love this group. The feeling of love the group, I think it's all the same to Ueda ad Nakamaru. The other three I do believe they also love this group, of course they must do!, just that they have their reasons for things. 

ps2. Kame, let me give you a hug! Keep up! Remember you still have all of us on your side!

ps3. I typed all of these out even though I know they are not going to see it. Saying stuff to them like that...never mind that, I just love to do so. That's enough. :)

"We are not going to hide KAT-TUN's past, including Akanishi and Tanaka."
KAMENASHI KAZUYA, Countdown Concert 2013

THANK YOU ALL HYPHENS
THANK YOU KAT-TUN