แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Seoul แสดงบทความทั้งหมด

[Travel Diary] Finally, Seoul #4 | โลคอลไกด์ ทงแดมุน นัมซานทาวเวอร์ รอบที่ล้าน


Travel Diary ณ กรุงโซลบล็อกสุดท้ายยย
กว่าจะลงครบทุกวันแปปๆเราก็...จะครบรอบปีของการไปทริปพอดี (ฮาาาาาา)

วันที่สี่ของทริปนี้ ไม่ได้มีแพลนจริงจังว่าจะไปไหนดี รูปน้อยมากเพราะเริ่มขี้เกียจค่ะ
ตอนเช้าเรากับพี่ก็เดินทางไปที่ห้างCoex (นั่งไปลงที่สถานี Samseong) ที่ไปที่นี่เพราะกะว่าจะไปเดินซื้อของโน่นนี่เพราะจำได้ว่ามีร้านเครื่องสำอาง มีArtbox มีร้านซีดีอะไรงี้ แต่พอไปถึง................งงเป็นไก่ตาแตกเลยค่ะ ที่นี่คือที่ไหน คือร้านมันเปลี่ยนไปหมดเลยจ้า ห้างก็renovatedข้างในใหม่หมด โครงสร้างเดิมแต่ขอใช้คำว่าไม่มีเค้าเดิมเลยซักนิด นี่เราไม่ได้มาที่นี่แค่ 3 ปีเองนะ ทำไมห้างที่เราโปรในการเดินมาถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้... สรุปก็เดินมั่วค่ะ หลงไปหมด หาร้านไม่เจอ เดินไม่เป็น 
ประเด็นของการมาที่นี่คือ...เรานัดเพื่อนเราให้มาเจอกันที่นี่ พอโทรหาเพื่อน ให้ทายยยยย เพื่อนก็หลงเหมือนกันจ้าาาา! (เดี๋ยวๆนี่พวกแกเป็นคนเกาหลีพวกแกบ้านอยู่โซล ทำไมพวกแกหลงในห้างนี้ได้วะะะ) เป็นการรวมตัวของคนที่ไม่อยู่โซลกันในระยะสองสามปีนี้เลย คนนึงเพิ่งเรียนจบกลับมาจากลอนดอน อีกคนนึงก็อยู่ในกรม(นี่ก็ขอleaveและออกมาหาเพื่อน)อยู่โซลก็เหมือนไม่อยู่ 

สรุปการมา COEX นิดนึงค่ะก่อนย้ายไปทงแดมุนเนอะ
ห้างสวยงาม สว่างๆ(แต่ก่อนไม่ค่อยสว่างเท่าไหร่) จัดร้านดีงาม ร้านเสื้อผ้าน่าเข้าน่าเสียเงินแต่เงินไม่มี ใครที่ไม่รู้จะไปเดินไหนอยากได้เสื้อผ้าเก๋ๆแบรนด์เกาหลีหน่อยก็มาที่นี่ แต่ที่นี่ไม่ถูกนะไม่เหมือนพวกร้านเสื้อผ้าตรงทงแดมุนหรือพวกหน้ามหาลัยอะไรงี้ นอกจากร้านเสื้อผ้าก็มีโรงหนัง อควอเรียม และที่ขาดไม่ได้เลยคือมี SM TOWN (SUM) @ COEX ARTIUM 

SM TOWN (SUM) @ COEX ARTIUM เป็นสถานที่สำหรับติ่ง SM TOWN โดยเฉพาะ โซนนี้ก็เป็นสิ่งที่โผล่มาในช่วงสามปีของการที่ไม่ได้มาโซล ตื่นตาตื่นในเล็กน้อยเพราะเป็นติ่ง SM TOWNรุ่นแรกๆ ตอนนี้เฉยๆเพราะโอปป้าเข้ากรมกันหมดละ ถ้าเป็นแต่ก่อนมั่นใจมากว่าจะเสียตังไปเยอะมากกกกกกก (รู้สึกภูมิใจในตัวเองเล็กน้อยที่ไม่ติ่งหนักแล้ว // ไปติ่งอย่างอื่นแทน) ในตึกมี 6 ชั้น แต่ละชั้นเป็นที่เสียตังกันคนละแบบ ชั้นนึงเป็นขายOfficial Goods เป็นสตูดิโอถ่ายรูป เป็นคาเฟ่ เป็นTheatre ส่วนตัวเราชอบที่เค้าตกแต่งตรงข้างบันได เอารูปศิลปินมาติดงี้ ทุกคนน่ารักมาก ติ่งละลานตาสุดๆไม่ว่าจะเป็น Super Junior, Girls' Generation, TVXQ, SHINee, f(x), EXO หรือ Red Velvet 

จบจากCoexที่ไม่ได้อะไรนอกจากหลง เราก็นั่งรถเมล์มาลงที่ทงแดมุนเพราะคำนวนกันแล้วว่ามันถูกกว่านั่งรถไฟใต้ดินไปและไม่ต้องเดินเมื่อยเปลี่ยนสายไปมาด้วย นั่งไปก็ง่วงไป หลับไปหลายตื่น ก็มันไม่ใช่ใกล้ๆนะเว้ยจากSamseongไปDongdaemunเนี่ย

พอถึง Dongdaemun ที่แรกที่ไปคือ Dongdaemun Design Plaza (DDP) ที่ไม่ว่าใครก็ต้องมาาาาา
โลคอลไกด์ของเราสองคนเป็น โอปป้า กับ อนนี่ ที่เดินไปก็บ่นไปมา...จะมาทำไมวะ *พูดเสียงภาษาไทยโนซับไตเติ้ล* (ฮาาาาาาา)



ถึงจะบ่นแต่ก็พาเดินนะไปรอบๆนะ แต่ที่พาเดินไม่ใช่รักเพื่อนหรืออะไร(มีการหันหน้ามาบ่นตลอดเวลาอยู่)...แต่มีความเกรงใจพี่สาวของเพื่อนที่ไม่เคยมา 
เดินวนหาทางไปมุมกุหลาบซักพักก็เจอ ผ่านตรงนี้ก็เจอละ

ที่เราอยากมาเพราะอยากไปถ่ายรูปตรงกุหลาบLEDที่DDP แต่...ก็ต้องผิดหวังเล็กน้อยเพราะดงกุหลาบของเราไม่หวือหวาเยี่ยงที่จินตราการเลย มันต้องรอตอนกลางคืนให้เค้าเปิดไฟอ่ะ แต่เราดันไปตอนฟ้าสว่างขนาดนี้...ไม่สวยเว่อร์วังก็ไม่แปลก

ถ่ายselfieคนเดียวไม่มีการเรียกเพื่อนเรียกอะไรไปถ่ายด้วยเลออออ
จริงๆมันก็สวยดีแหละเพราะช่วงเย็นอาทิตย์กำลังตก



หลังจากถ่ายรูปเล่นกันเรียบร้อย พวกเราก็ตัดสินใจไปฝั่งตรงข้ามพวกห้างร้านเสื้อผ้าอะไรประมาณณณ เราให้พี่สองคนไปเดินช็อปส่วนเรากับเพื่อนนั่งรอที่คาเฟ่แถวๆนั้น คุยโน่นนี่ เม้าเรื่องเพื่อนคนอื่นกันไป แต่นั่งได้ซักพักโอปป้าเราก็ถึงเวลาต้องกลับเข้ากรมตำรวจแล้ว มีความดราม่าเล็กน้อยว่าเสียใจไม่มีใครมาเยี่ยมและขอบคุณที่มาเยี่ยมเรา เราซึ้งใจจริงๆ (เดี๋ยวๆเป็นเอเลี่ยนสามตาหรอพูดแบบนี้) 

เนื่องจากอย่างที่บอกว่าพี่เราไม่เคยมาเกาหลี...สิ่งที่ต้องไปอีกที่นึงในโซลที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็น
*เสียงรัวกลอง* SEOUL TOWER หรือ NAMSAN TOWERนั่นเองข่าาาาาา แต่จากDongdaemunเรานั่งแท็กซี่กันไปที่นัมซานเลยเพราะมันสะดวกสุด จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นไปจนถึงนะตอนแรกกะแค่เดินไปตรงกำแพงเก่าที่ภูเขาแทนเพราะเพื่อนดูรีวิวจากในเว็บมา 

เพราะเราจะไปหากำแพงตรงทางขึ้นเขา เราเลยเดินกันค่ะ นับว่าเป็นการขึ้นนัมซานรอบที่ 6 (ไปบ่อยกว่าไปวัดพระแก้วอีก) ใครมาก็บอกให้พามา...หกรอบ ทุกรอบเป็นการขึ้นเขาที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่เคเบิ้ลคาร์ นั่งรถเมล์ เดิน ทั้งลงทั้งขึ้น ทำมาทุกทางแล้วค่ะ โปรมาก ฮาาาาาา 

มุมนี้ๆ เป็นมุมที่ถ่ายละครเรื่อง My Lovely Sam Soon
(บางคน...หรืออาจจะหลายคนไม่น่าจะรู้จักนะ มันเก่ามาก เป็นซีรีย์ยุคแรกๆ ดักแก่มากๆ)
พอเดินมาซักพัก...ก็ได้รับรู้ว่า กำแพงปิดบูรณะ -_- 

พอขึ้นมาเจอป้ายกันขนาดนี้...จะเดินลงก็ใช่เรื่อง เราเลยเดินขึ้นเขาไปหาทาวเวอร์นั่นแหละ อุตส่าห์ขึ้นมาขนาดนี้แล้ว
"ช่วยดูหน้าพี่ด้วยว่าพี่ไหวไหม ถามพี่ด้วยว่าพี่อยากปีนขึ้นไปไหม" พี่ไม่ได้กล่าว
สังเกตที่ขาเพื่อนนะ เจ็บขายังอุตส่าห์พาขึ้นมา (-_-)
แต่ก่อนเราเคยเดินลง...นี่เป็นครั้งแรกที่เดินขึ้นทางนี้ โคตรรรรรรรรรรรรรร เหนื่อย
เดินมาไม่รู้ว่าครึ่งทางตอนไหนอ่ะ แต่โคตรเหนื่อย เหนื่อยมาก ยังดีที่อากาศไม่ร้อนไม่หนาว...แต่จริงๆเดินจนจากหนาวเป็นร้อนอ่ะ
รอพี่ด้วยยยยยยยย
ถ้าถามว่าพี่เหนื่อยไหม...หลักฐานอยู่ที่รูป 
เดินมาจนถึงจุดที่มีเคเบิ้ลคาร์ พี่หันมาถามเรากับเพื่อนว่า...ทำไมแกไม่ให้ชั้นขึ้นเคเบิ้ลคาร์ตั้งแต่แรกวะ
"น้องขอโทษษษษษษษษษ"

เพื่อนขำความเหนื่อยของสาวเหนือของเรา
แต่เดินขึ้นมาก็มีอะไรดีดีนะ หันไปทางซ้ายสิ

เราว่ามุมนี้ของเมืองสวยดี โดนกิ่งไม้บังนิดหน่อยก็มีความอาร์ตดี
โซลลลลลลลล
อีกมุมนอกจากมุมซ้าย...เงยหน้าขึ้นสิ :)
โซลทาวเวอร์ไงจะอะไรหล่ะะะะะ
ฮึบบบบบบบบบบบ
สวัสดีโซล/นัมซานทาวเวอร์รอบที่....6 ง่ายๆคือมาเกาหลีกี่ครั้งเราก็มาทุกครั้ง ㅠㅠㅠㅠ ครั้งหน้าไม่ไปแล้วนะ

คือเรามีเรื่องเล่า คือตอนครั้งแรกที่เรามากับน้องสาว เราก็นั่งรถแท็กซี่มาลงตรงทางขึ้นเคเบิ้ลคาร์ นี่ก็มั่นใจกันมากบอกปลายทางกับคนขับว่า "Seoul Tower" คนขับหันมาทำหน้างงใส่...แบบ"ห๊ะ อะไรนะ" หลายรอบมากจนแทบจะเรียกรถคันอื่น จนหันไปรอบๆตัวเจอทาวเวอร์อยู่ก็ชี้ให้คนขับดู แกก็..."อ๋ออออออออออ ​Namsan Tower *สำเนียงเกาหลี* " เป็นการฉะนี้ค่ะ...หลังจากนั้นเราก็เรียกนัมซานๆ แต่พักหลังเวลาไปเราเรียกนัมซาน...คนเกาหลีจะตอบกลับมาว่า "อ๋อออออ Seoul Tower" (จะเอายังไงกับชั้นกันแน่คะะะะะ)

ถ่ายรูปทาวเวอร์เรียบร้อยก็ถึงเวลาลง... พี่รีบหันมามองสองคนเพื่อนกับเราว่าไม่เดินแล้วนะ ไม่เดินแน่ๆ จะลงเคเบิ้ล เราเลยซื้อตั๋วขาเดียวลงเคเบิ้ลคาร์กันไปปปป แต่พอลงมาแล้วถึงเวลากินพอดี เพื่อนแนะนำให้กินทงคัตสึเพราะแถวๆนัมซานทงคัตสึอร่อยมาก (ทงคัตสึเหมือนของญี่ปุ่นแหละ แต่ว่าชิ้นจะเล็กกว่า) พี่เราบอกอยากกินอะไรที่มันอิ่มๆท้อง...สรุปจบที่การเดินจากนัมซานลงไปเมียงดงเพื่อกินSamgyeopsalอีกหนึ่งรอบก่อนหมดวัน ร้านที่กินSamgyeopsalอันนี้อร่อยมากกกกก แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาอีกเช่นเดิมเพราะขี้เกียจหยิบกล้อง

ในที่สุดก็มาถึงวันสุดท้ายแล้วววว ขอจบบล็อกการเที่ยวเกาหลีที่ดองการอัพบล็อกมาจนเกือบจะครบรอบหนึ่งปีของการไป 
ขอบคุณพี่เอฟ พี่แนน ที่ทำให้น้องได้ไปเกาหลีในรอบสามปี ไปหาเพื่อนไปกินไปเดิน
ขอบคุณเพื่อนสองคนคิมกับซึลกิที่ไม่เจอกันมายาวนานสามปีเช่นกัน (เพื่อนอ่านไม่ออกแต่จะพิมพ์ไทย)
ขอบคุณแม่มี๊ที่ให้หยุดงานไปพาพี่สาวติ่ง
ขอบคุณทุกคนที่กดเข้ามาหรือผ่านเข้ามาในบล็อกไร้สาระอันนี้

TIPS:สำหรับการขึ้นSeoul Tower 
ใครที่เวลาเยอะอยากเดินเล่นงบน้อยชมวิว...เราแนะนำให้เดินขึ้นนะ เราว่ามันสนุกดี
ใครไม่อยากเมื่อยและมีทุนทรัพย์ที่เพียงพอ...เราแนะนำให้ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ มันมีขายแบบไป-กลับด้วย จะถูกกว่าขาเดียว
ใครที่มาจากที่อื่นของมุมเมืองโดยที่นั่งรถบัสมา...เราแนะนำให้นั่งมาลงที่ป้ายแถวตีนเขาและรอรถบัสพาขึ้นเขาอีกที รถจะจอดที่จุดสูงสุดที่รถจะไปได้และคุณก็ต้องเดินขึ้น(อยู่ดี)  ฮาาาาาาา แต่จะเดินคนละแบบกับเดินบันได ระยะสั้นกว่า มันคือการเดินทางลาดไม่ชันมากแต่ขาแข็ง (เอ๊ะยังไง)


-THANK YOU-





[Travel Diary] Finally, Seoul #3 | ทริปเดินวันสาม เด็กโข่ง ณ ล็อตเต้ vs เด็กยอนเซ ภาคค่ำ

หายไป...นานมากกกกกกกกก
ไม่ได้อัพเลยกี่วัน กี่เดือนหว่า แต่กลับมาแล้วค่าาา
กลับมาต่อกับทริปเดินของเรา ณ กรุงโซล วันที่สาม ! ! !

ไม่ได้อัพนานจนตัวเราเองงงเองว่าจะเริ่มบล็อกนี้ยังไงดีหว่า (ฮาาาา)
โอเคๆ แล้ววันที่สามเราก็เริ่มทริปกันด้วยความสดใสโดยการลากกระเป๋า...ที่เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นพอสมควรเพราะเราอยู่นี่มาสองวันละนะ มันต้องโดยยัดอะไรเพิ่มเติมเข้าไปบ้างแหละ! เปล่า...จริงๆของเราคือเบามากค่ะเพราะนี่คือไม่ค่อยขนไรเลย แถมไม่ซื้อของ เพราะซื้อของกินอย่างเดียว

วันที่สามเรากับพี่สาวอีกสองคนก็ทำการย้ายสำมะโนครัวจาก Gamja Guest House ณ ฮงแดแดนเด็กแนวไปที่ G-Stay Resident ที่อยู่ข้างสถานี Namyeong Station กัน จริงๆจำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้วว่าตัวเองนั่งรถไฟสายไหนและไปเปลี่ยนสายไหนเพื่อจะไปถึงNamyeongเพราะเอาจริงอีสองสถานที่นี้ไม่ได้มีความใกล้กันเลยถ้าเราย้ายโดยใช้Subwayซึ่งเราสามคนทำ พอไปถึงที่พักเสร็จ จ่ายตังโดยใช้แบงค์พันวอนที่แลกมาหมดไปสามปึก(สตาฟที่เป็นคนไทยแอบเอาพวกนี่มาก เพราะสตาฟเกาหลีต้องมานั่งนับเงินเพราะกลัวพวกนี่จ่ายไม่ครบ) เราก็ได้ฤกดิ์ในการออกเดินทางไปจุดหมายของเรา เย้!

LOTTE WORLD นั่นเองงงงงง
จุดหมายที่ผู้ที่เพิ่งเคยมาเกาหลีครั้งแรกจะต้องมาหรือจะต้องอยากมา(นี่เรามารอบที่สาม...มันไม่ตื่นเต้นแล้ว) เพราะนี่มันสวนสนุกที่อยู่กลางเมืองเลยนะ สวนสนุกติดอยู่กับห้างสรรพสินค้า มีเครื่องเล่นทั้งข้างในอาคารและนอกอาคาร แถมในอาคารตรงกลางยังเป็นลานไอซ์สเก็ตด้วย! (ติ่งซีรีย์หรือติ่งไอดอลทั้งหลายต้องรู้จักเพราะที่นี่มันถ่ายรายการถ่ายละครบ่อยมาก ตั้งแต่ยุคติ่งบุกเบิก) พอถึงLotte Worldนี่แอบคิดว่าจริงๆแล้วพี่สาวเราเนี่ยมันไม่ได้อยากมาเล่นเครื่องเล่นหรอก...มันอยากมาติ่งผช.เพราะว่าผช.ของนางเป็นพรีเซนเตอร์สวนสนุกว่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายพรีเซนเตอร์ของนางมานะ ใครอยากรู้เสิร์ชหาเลยค่ะ

เราซื้อตั๋วแบบผ่านประตูอย่างเดียวไม่ได้รวมค่าเครื่องเล่นด้วยค่ะ เพราะการเดินเมื่อทริปเดินวันแรกและวันสองทำเอาข้อเท้าเราปวดสุดๆแบบเดินยังยากเลย(จริงๆน่าจะเป็นเพราะตอนลงจากHaneulนี่ลงแบบไม่สนใจโลกมากเกินไรกระแดกข้อเท้าแรง ฮรือออ) เราต้องลากขาไปสวนสนุกเพราะทิ้งพี่ไม่ได้ ค่าเข้าเหมือนจะขึ้นจากครั้งโน้นนนที่เคยมา รู้สึกจะจ่ายไป33,000วอน แพงง่ะะะะ

 พอเล่นเครื่องเล่นอะไรไม่ได้ หรือจริงๆเราก็เลือกที่จะไม่เล่นเพราะไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้(ถ้าเป็นเครื่องเล่นที่มีน้ำอ่ะชอบมาก เสียวๆนี่น้องขอเถอะ ปล่อยน้องไป) ไม่เล่นเครื่องเล่นเราก็มาหาอะไรเล่นแทนค่ะ ในLotte World โซนด้านในมีส่วนของ3D Paintingไว้ถ่ายรูปเล่นพอดี
น้องน่ารักมาก น้องมากับคุณแม่ คุณแม่ถ่ายรูปให้ใหญ่เลย ยิ้มเก่งสุด ต่างด้าวก็ขอถ่ายด้วยค่ะ เราว่าคุณแม่อาจจะกลัวๆเราอยู่เพราะมาแอบถ่ายลูกสาวเค้าแบบนี้...

 น้องน่ารักมาก...เราเลยก๊อปน้อง น่ารักไหม (กล้ามากกกกก)

พอไม่ได้เล่นเครื่องเล่น...นี่ก็ต้องนั่งรอค่ะ นั่งรอก็หาเรื่องถ่ายอะไรไป แต่ก็ไม่ได้ถ่ายมามากมายเพราะส่วนใหญ่นั่งติ่งเอ็มวีใหม่ผช.จากประเทศเกาะอยู่(ญี่ปุ่นนั่นแหละ ญี่ปุ่น) ฮาาาา

ถึงเวลากินเราก็ต้องกินค่ะ เรื่องกินเรื่องใหญ่ ขาดไม่ได้ 
พี่บอกว่ามาเกาหลีนางต้องได้กินจาจังมยอน...เราขี้เกียจหาร้านจาจังมยอนข้างนอกให้แล้วพอดีกับที่ใน​​Lotte Worldโซนอาหารมีขายพอดีเลยลากไปกินซะเลย 
สั่งกันสามอย่างแหละ แต่เอามาโชว์แค่สองอีกอันนึงไม่ค่อยสวยงาม สั่งจาจังมยอน หมูทอดราดน้ำผึ้ง กับข้าวผัด(เหมือนๆข้าวผัดชาฮั่งของฮาจิบัง) เราว่าร้านนี้ก็อร่อยดี จาจังรสชาติไม่แย่ ส่วนหมูน้ำผึ้งอันนี้อร่อยมากกกกกกกกกกกก จบการรีวิวเรื่องกินมื้อกลางวันค่ะ (ปล.ร้านนี้อยู่ชั้นสองในตึกนะ...เปิดแผนที่สวนสนุกเอาค่ะ จำไม่ได้ค่ะ ฮาาาาา)

กินเสร็จก็ออกมาเล่นพวกเครื่องเล่นด้านนอก ไม่ได้เล่นอะไรเช่นเคยค่ะ แต่ตอนที่เคยมาครั้งแรกโน่นจำได้ว่าเคยเข้าบ้านผีสิงที่อยู่ข้างๆอีตัวดิ่งๆทีนึง...เลิกค่ะ ต่อแถวนานมาก ไม่มีอะไรเลย เข้าไปแค่นั่งดูหนัง3Dของแมวผี ไม่รู้ตอนนี้เปลี่ยนหรือยัง
อากาศข้างนอกกำลังพอดีเลย เย็นๆสบายๆ เราที่รอพี่เล่นก็หามุมถ่ายรูปไป ใบไม้กำลังเริ่มๆเปลี่ยนสีร่วง

อยู่ที่ Lotte World แค่ถึงบ่ายสองบ่ายสามก็ออกค่ะ ไม่มีความคุ้มในเงินที่เสียไปกับตั๋วผ่านประตู โดนเพื่อนเกาหลีด่าเรียบร้อยเมื่อบอกมันว่าชั้นไปมาแหละแก...แต่ชั้นไม่ได้เล่นอะไรเลยแถมอยู่แค่แปปเดียวเอง 

พอออกจากLotte Worldก็ไปที่ที่สองของวันค่ะ นั่นก็คือ...แหล่งช้อปปิ้งที่สถานีรถไฟ Express Bus Terminal Station
ไม่มีรูปนะคะที่นี่เพราะมัวแต่เดินดูซื้อของกัน จะเอากล้องมาก็วุ่นวายเหลือเกินเพราะคนเยอะมากกกก แต่สรุปเราก็ไม่ได้ของติดมือกลับมานอกจากเลโก้ตัวต่อให้น้องชาย... แต่ที่นี่ก็มีของให้ซื้อเยอะนะค เพราะแบบมันเป็นทางยาวๆสองทางขนานกันเลย มีร้านเสื้อผ้าทั้งชายหญิง ร้านถุงเท้า ร้านเครื่องประดับ พี่สองคนก็ได้ของมากันตามระเบียบ

พอช้อปปิ้งกันได้ซักพัก ถึงเวลาที่พี่จะต้องไปทำภารกิจหลักของทริปครั้งนี้ นั่นก็คือ...
การไปดูละครเวทีมิวสิคคอลของChen Chen แห่ง EXO เรื่อง In The Heights 
เรากับพี่เราเลยแยกกันหลังจากนี้ เราไปหาเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่ตึกซัมซุง แล้วพี่ไปที่โรงละคร ตอนแรกก็ขึ้นรถไฟสายเดียวกันเนี่ยแหละ แต่พี่ต้องลงก่อน...ละพอถึงสถานีนึงนางก็บอกว่าเห้ยต้องลงละ บอกเราว่าอย่าหลงนะ บลาบลา ระวังตัวโน่นนี่เพราะเราไปต่อคนเดียวละไม่มีอินเตอร์เน็ต สรุป...สถานีที่พี่เพิ่งกระโดดลงไปนั่นคือ ผิดสถานีค่ะ HAHAHAHAHAHHAHAHAHAHAHAHAHAHHAHAHAHAHAHAHAHHAHAHAHAHHAHAHAHAHAHHAHAHA (ขออนุญาตขำยาวมาก) ตอนพวกพี่ลงจากรถไฟไปเราก็ยืนนิ่งไปซักพัก พอได้ยินชื่อสถานีถัดไปเท่านั้นแหละ หลุดขำออกมากลางรถไฟเลย สงสารก็สงสารเพราะพี่สองคนก็ไม่ค่อยรู้เรื่องว่าจะไปไหนอะไรยังไง แต่ก็ขำแหละ แต่ยังดีที่ให้พกพ็อกเก็ตไวไฟไปไม่งั้นแย่แน่

กลับเข้าสู่การเดินทางโซโล่ของเราเพื่อจะไปหาเพื่อนที่กำลังจะเลิกงาน
เพื่อนทำงานที่ซัมซุงค่ะ กลัวแบบหากันไม่เจอเราเลยไปรอที่ใต้ตึก มีwifiให้ใช้ฟรีด้วยเป็นความดีงาม
สิ่งนี้คือเรียกว่าอะไรไม่รู้ อยู่ใกล้ที่ทำงาน มาเดินเล่นฆ่าเวลาเพราะถ้าไปที่สถานีตอนนี้...เป็นปลากระป๋องแน่ๆ ทุกคนเบียดกันตายเพราะช่วงRush hour

พอเดินเล่นกันพอสมควร ก็ต้องไปหาอะไรกินกันก่อน (กินอีกแล้ว)
เย็นนี้กินร้าน 엉클스 (Uncles) เป็นร้านขายต๊อกบกกีแบบฟิวชั่น ร้านนี้น่าจะมีหลายสาขาอยู่นะเราว่า ไม่ได้เช็คอ่ะ แต่อันนี้เรากินที่โซนร้านค้า(ร้านเหล้า)ใกล้กับYonsei U
บรรยากาศในร้านก็ดีนะ ต้องลงบันไดลงมาเป็นชั้นใต้ดิน คนเยอะอยู่

และแล้วของที่สั่งก็มา ต๊อกบกกีปลาหมึกทอด
มันใหญ่มาก ปลาหมึกทอดใหญ่สุดๆ ก็มีชีสมีไข่ตามประสาต็อกบกกี สามารถเลือกความเผ็ดได้
สรุปการรีวิวการกินในครั้งนี้ อร่อยค่ะ เผ็ดกำลังดี ชีสก็ไม่เยอะไป(ถ้าไม่สั่งเค้าใส่เพิ่มอะนะ) ถ้ามีโอกาสรอบหน้าไปจะไปหาทางกินให้ได้อีกรอบ (นี่พิมพ์บล็อกไปหิวไป...แล้วชอบมาอัพตอนกลางคืนตลอดดด)

พอกินเสร็จก็ไปเดินย่อยกันที่มหาลัยฝั่งตรงข้าม(ข้ามถนนใหญ่ไปถนนนึงเลย) ไม่ไกลมาก
ได้มีโอกาสได้เดินทัวร์Yonseiซักที เพื่อนชวนให้มาหามาที่มหาลัยหลายรอบไม่ได้มา มาได้อีกทีก็ตอนทำงานละคะ เพื่อนบอกว่าเราโชคดีมากที่มาตอนนี้พอดีเพราะมหาลัยเพิ่งจะทำด้านหน้าใหม่ ใหญ่โตอลังการงานสร้างเหลือเกิน ตรงนี้คือเนินกลาง ด้านใต้เป็นที่จอดรถอ่ะ 
อันนี้ตึกคณะบริหาร เราว่ามันสวยยยยยย อยู่บนเขาสุดๆแต่เดินกันมาเรื่อยๆไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่

พอเดินรอบมหาลัยหนึ่งรอบก็กลับมาที่เดิม ฟากร้านค้าร้านอาหาร เป็นโซนใหญ่มากจริงๆ คนยังเยอะอยู่เลย
ตบท้ายด้วยการไปนั่งชิวที่ร้านประจำของเพื่อนแถวนั้นน่ะแหละ ในขวดคือโซจูผสมยาคูลล์...มันอร่อยมาก และถ้าดื่มคนเดียวหมดน่าจะมึนมาก นอกจากนี่ก็ยังมีโซจูเกรปฟรุ้ตอีกขวดด้วยความอยากลอง สรุปติดใจ ตอนนี้ยังคงหาทางให้คนขนกลับมาจากเกาหลีให้ อิอิ

หมดวันที่สามไปอย่างชิวๆสบายๆ เดินไม่เท่าวันแรกและวันสองแต่กินนี่ปริมาณเท่าเดิมหรือมากกว่า (เอิ่มมมม) 

ย้ำเตือนร้านอาหาร
엉클스 (UNCLES) ร้านต๊อกบกกีฟิวชั่น เมนูหลากหลาย ปลาหมึกทอดยิ่งใหญ่ ใครไปจงไปหาลองไปกิน

-THANK YOU-