แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Japanese แสดงบทความทั้งหมด

[What's In] Live-Action Fullmetal Alchemist | เอ็ดเวิร์ด เอริคและยามะเรียว เมื่อความโอตะและความติ่งมาบรรจบ



เดือนเมษานี้บล็อกนี้ก็ครบรอบปีพอดี ปีนี้เราไม่ได้เล่นApril Fool'sอะไรเลยเพราะคิดมุกไม่ออก(แงง)
แต่ ! ! !
เดือนนี้ไม่ได้เป็นเดือนหงอยเหงาอีกต่อไปเพราะมีข่าวนี้ออกมา ไม่มีข่าวอะไรที่ทำให้ดีใจ แบบจะร้องไห้น้ำตาไหลไปด้วยความปลาบปลื้มปลื้มปิติที่่สุดในตั้งแต่เริ่มปีมานี้อีกแล้วจริงๆ นี่ตอนเลื่อนเจอข่าวนี้ขนลุกซู่และน้ำตาคลอ (คือเข้าเรื่องเหอะมึง)

ข่าวที่จะบอกคือ

FULLMETAL ALCHEMIST หรือ แขนกลคนแปรธาตุ กำลังจะทำเป็นLive Action ภาคคนแสดง !
(กรี้ดสิคะ รออะไรรรรรรรรร)
บางคนเปิดมานี่อาจจะงงว่า Fullmetal Alchemist ที่พูดถึงอยู่นี่คืออะไร เราจะขออธิบายสั้นๆได้ใจความว่า Fullmetal Alchemist หรือ FMA ก็คือมังงะที่ได้ทำเป็นอนิเมะตอนปี2003-2004 ที่โคตรจะดัง ดังมากมาก ดังแบบดังไม่หวาดไม่ไหว อนิเมะเรื่องนี้กวาดรางวัลมามากมายทั้งเวอร์ชั่นภาคญี่ปุ่นและภาคอังกฤษ(มั้ง) แต่ที่แน่ๆใครที่เป็นแฟนอนิเมะสมัยนั้น(เรียกสมัยนั้นแล้วแลดูเก่าแก่มาก)จะรู้เลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ภาพสวยที่สุด(เราคิดแบบนั้นอะนะ) Productionและองค์ประกอบหลายๆอย่างในเรื่องรวมทั้งเพลงประกอบคือดีมาก มันดีงามเข้ากันไปหมดทั้งOSTของเรื่องหรือพวกเพลงประกอบอย่าง Melissa ของ Porno Graffitti, Ready Steady Go ของ L'arc~en~Ciel, Undo ของ Cool Joke หรือ Rewrite ของ Asian Kung-Fu Generation(กดลิงค์ที่ชื่อเพลงไปลองฟังกันได้) เราก็เป็นหนึ่งในแฟนตัวยงของอนิเมะเรื่องนี้ก็ได้กว้านซื้อฟิกเกอร์Edward Elricมาอย่างบ้าคลั่งแบบคนไร้สติ เพลงก็ร้องได้ตั้งแต่เปิดเรื่องยันจบเรื่อง Photobook แมกกาซีน เจอหน้าEdward Elricก็หยิบทันที หลงนักเล่นแร่แปรธาตุของทางการคนนี้มากถึงมากที่สุด 
กลับเข้ามาเรื่องเนื้อหาของอนิเมะเรื่องนี้ก่อน (นี่ขนาดบอกว่าจะอธิบายสั้นๆได้ใจความนะเนี่ย)
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องตระกูลElric Edward Elric และ Alphonse Elric ที่สูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็กและทั้งสองคนก็พยายามเรียนรู้วิธีการเล่นแร่แปรธาตุโดยที่มีความคิดว่าจะสามารถชุบชีวิตคุณแม่ที่เสียไปแล้วขึ้นมาโดยการเล่นแร่ได้ แต่...อย่างที่เราก็รู้กันอยู่ว่าเมื่อคนตายไปแล้ว ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถชุบชีวิตคนตายขึ้นมาใหม่ได้เพราะถึงแม้ว่าทางทฤษฎีจะมีเขียนไว้มากมายเท่าไหร่ก็ได้ตาม ไม่มีใครสามารถทำให้มันสำเร็จได้เลยซักคนเดียว เพราะกฎของการเล่นแร่แปลธาตุคือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม และการชุบวิญญาณของคนตายถ้าไม่จ่ายสิ่งที่เท่าเทียมกันออกไปก็จะไม่สำเร็จ ระหว่างการเล่นแร่เพื่อชุบชีวิตแม่ Alโดนแย่งชิงร่างกาย ส่วนEdเสียขาซ้ายและยอมเสียสละแขนขวาเพื่อนำวิญญาณของน้องชายกลับมาฝังไว้กับหุ่นเกราะเหล็กแทน การเดินทางในเรื่องคือเป็นการเดินทางตามหาศิรานักปราชญ์ของสองพี่น้องเพื่อจะช่วงชิงของที่สูญเสียไปของตนกลับมา (ระหว่างนั้นก็เจออะไรบ้าบอมากมายก่ายกองถ้าเล่าในนี้สิบหน้าก็ไม่จบ เอาง่ายๆคือแนะนำให้ไปดูอนิเมะ)
FMA มีอนิเมะสองเวอร์ชั่นนะคะ เวอร์ชั่นแรกตอนปี2003-2004เป็นอนิเมะที่ทำออกมาระหว่างที่คนเขียนยังเขียนเรื่องไม่จบแต่อนิเมะจบก่อนเลยจะมีเรื่องราวตอนหลังๆที่จะสร้างขึ้นใหม่ ส่วนเวอร์ชั่นคือBrotherhoodของปี2009-2010 เป็นเรื่องที่ทำออกมาเหมือนหนังสือการ์ตูนเลยเท่าที่รู้มาเพราะทำตอนหนังสือการ์ตูนจบพอดี เราดูแต่เวอร์ชั่นแรกเพราะคิดว่าเวอร์ชั่นBrotherhoodภาพมันไม่ค่อยสวยเท่าอันแรกค่ะ(จริงๆคือน่าจะคิดไปเองรึเปล่า) แต่ก็ว่าจะไปหาBrotherhoodมาดูเพราะอยากรู้ว่าตอนจบจริงๆมันจะเป็นยังไง(จริงๆคือคิดถึงเอ็ดเวิร์ดเหลือเกิน)

เดี๋ยวนะคือจะมาบอกต่อเรื่องข่าวที่จะทำภาคคนแสดงว่ะ แต่คือนี่เผยแต่ความโอตะในอนิเมะ...คือหยุดไม่ได้จริงๆ ขอต่ออีกหน่อยนะ
"มนุษย์...ไม่สามารถได้อะไรมาโดยไม่สูญเสียสิ่งใดไปเลย
การที่จะได้อะไรมานั้น...จำเป็นต้องจ่ายสิ่งที่เท่าเทียมกันออกไป
นี่ก็คือ "กฏการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม"
ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า มันเป็นสัจจะของโลก"
"คนเราไม่สามารถที่จะได้อะไรมาโดยไม่เสียบางสิ่งบางอย่างไปเป็นการแลกเปลี่ยน...
การที่คนเราได้สิ่งใดมานั้นจำเป็นต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่าเท่าเทียมกัน
...นี่คือกฏการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันของการเล่นแร่แปรธาตุ"  
สองquoteนี้คือคล้ายๆกันแต่คำพูดพวกนี้ในอนิเมะเป็นอะไรที่เราชอบมาก เพราะมันทำให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่อนิเมะดูสนุกๆแต่เป็นอนิเมะที่สอนให้เราคิดเกี่ยวกับชีวิตของเราด้วย กฎการแลกเปลี่ยนของการเล่นแร่แปรธาตุก็ไม่ต่างอะไรจากพื้นฐานการใช้ชีวิตของทุกอย่าง เพราะไม่มีอะไรได้มาฟรีๆเราจะต้องจ่ายอะไรออกไปเพื่อจะได้อะไรกลับมา

ในที่สุดก็จะเข้าเรื่อง Live Action แล้วค่ะ!
(พรบมืออออ สุดท้ายนี้การเผยความโอตะก็จบสิ้นขอเชิญเข้าสู่วงการติ่ง)
หนังมีกำหนดจะถ่ายทำกันที่อิตาลีในเดือนมิถุนา-กรกฎาปีนี้ และจะเข้าโรงฉายในฤดูร้อนปี 2017
นี่คือตื่นเต้นแบบหายใจไม่ทัน ใจเต้นรัวตั้งแต่ประกาศพระเอกของเรื่องตอนนี้ยังไม่หาย และรายชื่อนักแสดงโดยคร่าวๆได้ออกมาแล้ว โดยมีรายชื่อผู้เข้าประกวดดังต่อไปนี้ค่ะ (แต่น แตน แต๊นนนน)

YAMADA RYOSUKE as EDWARD ELRIC
ยามาดะ เรียวสุเกะ เซ็นเตอร์สุดสวยและหล่อในเวลาเดียวกันแห่ง Hey! Say! JUMP (อวยเมนแปป) 
เพิ่งจะโปรโมตAssassination Classroom ภาคสองไปหมาดๆ(หรือน่าจะมีโปรโมตต่ออยู่ ณ ตอนนี้) งานละครไม่มีเห็นมีเข้าแต่งานภาพยนตร์มาเต็มมากในสองปีที่ผ่านมา เต็มที่เราว่าก็...4เรื่องนะ Assassination Classroom ภาค1และ2, Grasshopper และนับรวมFMAไปด้วย เรื่องความสามารถทางการแสดงของยามะเรียวนี่ไม่ต้องพูดถึงค่ะ คนนี้เล่นละครมาตั้งแต่JUMPยังไม่เดบิวต์เลยด้วยซ้ำ มีงานละครเข้าแทบจะทุกปีตั้งแต่2006 มีปีสองปีเนี่ยแหละที่ไม่เห็นมีละครเลย(ติ่งเสียใจมาก) ยามะเรียวเหมือนจะเดินสายอนิเมะ(ส่วนยูโตะเป็นสายพระเอกนิยาย)เพราะบทที่ได้นี่มักมาจากหนังสือการ์ตูน ตั้งแต่ละครเรื่องแรกที่เล่นเป็นริวจากโรงเรียนนักสืบQ หลานปู่อย่างคินดะอิจิที่ตอนแรกเล่นแค่หนังSpecialก็มาต่อเป็นละครภาคNEO มาเป็นนางิสะจากAssasination Classroom และก็มาได้รับบทเอ็ดเวิร์ด เอริคนี้อีก ล่าสุดที่ทุกคนเอ่ยปากชมกันไม่หวาดไม่ไหวคือละครพิเศษของทางNTV 24Hrs เรื่องOkasan, Ore wa Daijoubuที่ยามะเรียวลงทุนลดน้ำหนักไปหลายโลเพื่อจะเล่นบทนี้(จากแก้มจะแตกกลายเป็นหน้าเรียวแบบสาวสวย แต่แลดูตัวเล็กมากบางเกิน) เล่นดีมากน้ำตาท่วม ส่วนบท"นางิสะ"จากเรื่องอันซัทสึ ตอนแรกเราเฉยๆกับการที่ยามะเรียวได้บทนี้เพราะคิดว่ามันไม่ค่อยเข้า แต่พอได้ดูหนังภาคแรกเท่านั้นแหละ...พูดได้เลยว่าไม่มีใครเล่นบทนางิสะได้ดีเท่าคนนี้แน่ๆ ในหนังสือการ์ตูนเป็นยังไง ยามะเรียวสามารถถ่ายทอดตัวละครออกมาได้อย่างนั้นเลย(บอบบาง สาวน้อยสุดไรสุด) หนังก่อนหน้าอันซัทสึภาคล่าสุดก็Grasshopperที่ดัดแปลงมาจากหนังสือนิยาย ยามะเรียวเล่นเป็นนักฆ่ามืออาชีพชื่อเซมิ ที่พอดูตัวอย่างหนังแล้ว...ภาพนางิสะสาวน้อยหายไปทันทีเพราะนี่มันไม่ใช่คนคนเดียวกัน! ยามะเซมิดูโหดมาก โรคจิตมากและเท่มากมากแบบมากมาก นี่รอดูอย่างใจจดใจจ่อเพราะดีวีดีหนังเพิ่งวางแผงค่ะ รอคนแปลซับไทย...กะจะซื้ออุดหนุนแต่ไม่มีปัญญาฟังญี่ปุ่นออกค่ะ ยกเลิกแผนช่วยปั่นยอดขาย 

Kindaichi NEO/Assasination Classroom/Okasan, Ore wa Daijoubu/Grasshopper
วนกลับเข้าเรื่องที่เป็นจุดประสงห์ของบล็อกนี้แปป(ก่อนที่จะออกทะเลไปมากกว่านี้) คือเราบอกได้เลยว่าพอเห็นทวีตข่าวที่บอกว่า ยามาดะ เรียวสุเกะ จะมารับบทเอ็ดเวิร์ด เอริค...เรามือสั่น ใจเต้นสุด ตื่นเต้นมาก เพราะคิดมาตลอดว่าถ้าจะทำเป็นภาคคนแสดงคงไม่มีใครเหมาะกับการเป็นเอ็ดแล้วเราต้องรับไม่ได้แน่ๆไม่ว่าใครจะมาเล่นบทนี้ แต่พอเป็นคนนี้...ยอมเลยค่ะ สมบทบาทสุดๆในความเตี้ย/ตัวเล็ก(ตู้ม! โดนยามะเรียวและเอ็ดโดดถีบ!) 
ยามะเรียวเป็นคนที่มีคาแรคเตอร์และตัวตนที่มีความเอ็ดอยู่ในตัว ทั้งเตี้ย(แหนะ...ยังจะเน้นเรื่องนี้อีก) พอมาดนิ่งก็จะเท่มากๆแต่เป็นคนที่ขี้โวยวายสุดๆ ยังไงก็คงต้องจะรอดูภาพcastingที่จะออกมาช่วงกลางปีอีกที...แต่ยังไงยามะเรียวที่เป็นเอ็ดเวิร์ดก็คงจะเท่สุดๆนั่นแหละ (งานอวยไม่เคยจบ) 


________________ as ALPHONSE ELRIC
ตัวละครของอัลยังไม่มีการประกาศว่าใครจะมาเล่น แต่เราว่าจริงๆเค้าอาจจะทำเป็นCGIด้วยซ้ำละพากย์แค่เสียงเอา เพราะยังไงก็เป็นหุ่นเกาะเหล็กไม่ได้โชว์หน้าจริงของอัลป่ะ

DEAN FUJIOKA as ROY MUSTANG
ตัวละครสำคัญรองลงมา(วัดจากระดับความติ่ง)ก็จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก พันเอกรอย มัสแตง ที่รับบทโดย ดีน ฟุจิโอกะ
คนส่วนใหญ่ไม่น่าจะรู้จักนักแสดงคนนี้(หรือถ้าพวกยุคก่อนหน้านี้อาจจะรู้จักมั้ง) เพราะขนาดเราที่ว่าดูละครญี่ปุ่นมาพอสมควรตอนแรกยังไม่รู้จักเค้าเลยถ้าไม่ได้มาดูละครดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนที่เพิ่งจบไปหมาดๆอย่าง Dame wa Watashi ni Koishite Kudasai หรือ "ช่วยรักฉันที่ไม่เอาไหนทีเถอะ"
พอชื่อตัวละครคนอื่นนอกจากเอ็ดเวิร์ดประกาศ พอเราเห็นชื่อดีน ฟุจิโอกะปุ๊ปก็ใจสั่น ตื่นเต้น เพราะชูนินทำให้หลงมาตั้งแต่ในเรื่องDameแล้ว แต่นอกจากในประเทศดีน ฟุจิโอกะก็เหมือนจะทำงานฟากไต้หวันฮ่องกงซะส่วนมากนะ(อันนี้เราไม่รู้รายละเอียดไม่อยากโม้มาก) เราว่าดีน ฟุจิโอกะเป็นผู้ชายญี่ปุ่นที่ดูดี มีสไตล์ไม่หวือหวาอะไรเกินไป ดูดีแบบนิ่งๆมาดๆ ภาษาอังกฤษก็ดี ภาษาจีนก็ได้ ยังไงก็ได้ค่ะ ดีไปหมดแหละค่ะ ชอบค่ะ
สรุปง่ายๆว่าเรารอดูการเป็นพันเอกมัสแตงของดีน ฟุจิโอกะอย่างติ่งที่น่ารัก คนที่เป็นแฟนอนิเมะอาจจะไม่คิดว่าดีนจะเล่นเป็นมัสแตงได้ดี แต่เท่าที่เราดูมาดของผู้ชายคนนี้ในละคร...เราว่าน่าจะพอไหวอยู่นะ ความกวนตีนแบบนิ่งๆได้อย่างน่าหมั่นไส้นี่ได้อยู่

HONDA TSUBASA as WINRY ROCKBELL
สาวสวยผมทองอย่างวินลี่จะได้ฮอนดะ ซึบาสะมาเล่น...กำลังพยายามนึกภาพ แต่ก็คงจะโอเคอยู่นะเพราะซึบาสะก็น่ารักอยู่นะ เราได้รู้จักฮอนดะ ซึบาสะจากการดูละครเรื่องKoi Naka และ หนังเรื่องAo Haru Ride ในสองเรื่องนี้เราว่าคาแรคเตอร์ของซึบาสะก็แอบคล้ายๆกันคือเป็นผู้หญิงที่ดูไม่หวานแถมยังห้าวได้อีกต่างหากเลยทำให้ตัวละครมันดูจริงใจดีไม่แอ๊บแบ๊วอะไรจนเกินไป ซึ่งก็ดูเป็นตัวตนที่เข้ากับวินลี่ในความคิดเราเพราะวินลี่ถึงแม้ว่าจะเป็นสาวสวยแต่ก็มีความแมนในตัวสูงมาก(ไม่แมนได้ไงก็เป็นช่างทำออโต้เมลอ่ะ) ซึบาสะจังดูเป็นคาแรคเตอร์ที่จะมีหยุดขี้โวยวายของยามะเรียวได้ดี รอติดตามๆ

HONGO KANATA as ENVY
ด้วยความที่เล่นบทที่คาแรคเตอร์แปลกๆมาได้หลายเรื่อง บทนี้ก็คงเหมาะกับบทโฮมุนครูสสุดโรคจิตนี้ดี ฮอนโกะเป็นคนที่มีความสามารถทางด้านการแสดงสูงมากในความคิดเรา เล่นละครและหนังมาหลายเรื่องส่วนใหญ่คือเป็นดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น NANA 2, Prince of Tennis, Attack on Titan, GANTZ อะไรอีกมากมายนะ รู้จักครั้งแรกก็จากเรื่องเดียวกับเรื่องแรกของยามะเรียวคือบทนักแสดงรับเชิญในตอนนึงของโรงเรียนนักสืบQ 

SATO RYUTA as MAES HUGHES
ถ้าถามว่ารู้จักซาโต้ ริวตะไหม ก็คงต้องบอกว่าเคยเห็นผ่านละครมาบ้าง เรื่องที่เคยดูก็คงเป็นเรื่องShitsuren Chocolatierที่เจ้าตัวรีบบทเป็นChocolatier หรือ คนทำชอกโกแลต(เรียกเหมือนแบบปาติซิเย่ไรงี้ป่ะ)ที่เป็นเกย์ ฮิวช์ก็เป็นอีกตัวละครในเรื่องที่เราชอบมากและเท่าที่ดูซาโต้ ริวตะซังก็น่าจะเล่นเป็นบทฮิวช์ได้ดีพอสมควรนะ

OIZUMI YO as SHOU TUCKER
โช ทัคเกอร์ นักเล่นแร่แปรธาตุผู้เอาลูกสาวมาเป็นเครื่องสังเวยการทดลอง จะรับบทโดยลุงจากเรื่องLucky Sevenเป็นเรื่องเดียวที่เราเคยดูโออิซุมิ โยเล่น ที่เหลือไม่มีข้อมูล (ฮาาาา) ขอผ่านค่ะ

UCHIYAMA SHINJI as GLUTTONY
ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่รูปร่างก็บอกถึงการรับบทที่ลงตัว (นิสัยไม่ดีว่ะ) อุจิยามะ ชินจิ...ถ้าใครเป็นคนที่ดูละครญี่ปุ่นก็น่าจะเคยเห็นคนคนนี้มาบ้าง อย่างน้อยก็เรื่องนี้ที่ดังมากขนาดเอามาฉายที่ช่องเจ็ดบ้านเราอ่ะ เรื่องนั้นก็คือGokusen อุจิยามะ ชินจิรับบทบาทในเรื่องGokusenต้้งแต่ภาคแรกยันหนังเล่นอยู่แค่เซ็ตซีรีย์นี้เรื่องเดียวเหอะเอาจริง 

MATSUYUKI YASUKO as LUST
เป็นคนเดียวในลิสที่ประกาศออกมาแล้วไม่รู้จัก แต่ถ้าดูจากลุคก็น่าจะพอไหวมีความเริดอยู่ แต่ไม่รู้จะรีแอคยังไงหรือออกความเห็นอะไรอ่ะเพราะไม่เคยดูเรื่องที่เค้าเล่นเลย ขอผ่านค่ะ (รู้ว่าเล่นเรื่องMotherกับมานะจังเมื่อปี2010แต่ไม่เคยดู)

ทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจจะมองเห็นได้ชัดว่าอะไรคือจุดประสงห์ของการเขียนบล็อกบอกข่าวเรื่องการสร้างหนังภาคคนแสดงของอนิเมะ/การ์ตูนเรื่องนี้ สั้นๆได้ใจความคือ เป็นโอตะ และ เป็นติ่ง ค่ะ คำบรรยายและคำอวยคนแสดงของยามะเรียวนี่ยาวกว่าคนอื่นสามหน้ากระดาษ แต่เอาหน่า...ถึงมันจะดูเหมือนการอวยเมนและอวยอนิเมะอย่างเดียวแต่ความสามารถการแสดงของแต่ละคนก็ของจริงนะคะแถมความดีของอนิเมะก็ของจริงด้วย หลังจากนี้ก็รอการประกาศของการเริ่มถ่ายทำ ไปโลเคชั่น ภาพตัวอย่างหรืออะไรก็ว่าไร แต่ไม่ว่าอะไรจะออกมาก็ทำให้ตื่นเต้นได้ตลอดจริงๆ 
เอาจริงคือเราตั้งความหวังกับเรื่องนี้ไว้สูงมากกกกกก แบบไม่มีปิดบัง(ขนาดนี้แล้วปิดก็ไม่มิดแล้วอ่ะ) เพราะ 1)นี่คือเรื่องFMA และเป็น Edward Elric ตัวละครที่ชอบมากแบบหลงรักจริงๆแบบไม่มีอะไรจะบรรยายความชอบ 2)คนที่จะเล่นคือยามะเรียว ที่เป็นเมนที่ชอบมาตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก(คืออายุใกล้ๆกันว่ะจริงๆแล้ว) ความสวยความหล่อความเท่มันรวมอยู่ในคนคนเดียว 3) มันหาได้ยากมากที่ความโอตะและความติ่งจะมาบรรจบกันได้อย่างพอดิบพอดี หวังว่าหนังจะทำออกมาดีเพราะได้ข่าวว่าช่วงต้นจะทำตามเนื้อเรื่องเดิมส่วนช่วงหลังจะเป็นบทที่เขียนขึ้นมาใหม่ให้ตัวภาพยนตร์โดยเฉพาะ ยังไงก็แล้วแต่เราก็ได้แต่รอดูว่ามันจะออกมาเป็นยังไง ยามะเรียวจะไปแรดที่อิตาลีจะเริดขนาดไหน...เดี๋ยวรู้กัน

ติ่งต่อแปป หัวทองตาสีอ่อน(ใส่คอนแทคเลนส์) คือสวยไปอีกกกก
ปล1.อยากจะแนะนำละครที่เราเคยดูพวกนักแสดงพวกนี้เล่น ส่วนใหญ่จะเป็นลิงค์ของทางบ้านDark-Drama นะคะ ขออนุญาตทางเพจใน ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 
Okasan, Ore wa Daijoubu
Kindaichi Shounen no Jikenbo N (NEO)
Dame wa Watashi ni Koishite Kudasai
Koi Naka
Blue Spring Ride (Ao Haru Ride)
Shitsuren Chocolatier
ปล2.ขออภัยหากผิดพลาดประการใดค่ะ ส่วนใหญ่ที่โพสจะเป็นจากความเห็นส่วนตัว อาจมีเหมือนส่วนที่เป็นสาระนิดหน่อยแต่หลักๆก็ติ่งแหละค่ะ
ปล3.ใครชอบเรื่องนี้บ้าง ยกมือขึ้นนนนนน
Credit
- News about casting >> T.J. Movie Review , OtakumodeOtakomu
- tumblr


- THANK YOU - 

[Movie Thought] Yowakutemo Katemasu | ตอนที่9 ถึงจะอ่อนแอ แต่เราก็ชนะได้ (นะเว้ย)


"ถึงจะอ่อนแอแต่ก็ชนะได้"

ไม่ว่าใครพอได้ยินคำพูดนี้ก็คงคิดว่าเป็นคำพูดที่ไร้สาระของคนที่ขี้แพ้เพราะถือว่าเป็นคำพูดเลื่อนลอยของคนที่ไม่เคยเอาชนะได้เลย แต่ดันพูดออกมาเหมือนไม่รู้จักประมาณตัวเองและไม่มองความเป็นจริง แต่ประโยคนี้ก็มาเป็นชื่อละครที่ถือว่าเป็นหนึ่งในละครที่เมื่อดูแล้วสามารถสร้างกำลังใจให้คนดูได้เกินร้อยเปอร์เซ็นแน่นอน กำลังใจเกินร้อยเปอร์เซ็นอาจจะฟังเกินจริงไปหน่อย แต่พอได้ดูแล้ว...มันเป็นแบบนั้นจริงๆนะ

ละครที่พูดถึงนี้เป็นละครญี่ปุ่นเรื่อง 弱くても勝てます~青志先生とへっぽこ高校球児の野 ( Yowakutemo Katemasu ~Kaisei Koukou Yakiyuubu no Seori~) ชื่อเรื่องภาษาญี่ปุ่นช่างยืดยาวเหลือเกิน (นี่ถือว่าเป็นละครญี่ปุ่นเรื่องที่สองที่เคยดูมาที่ชื่อยาวเหยียดขนาดนี้นะ) หรือ เอาง่ายๆภาษาไทยก็เอาตามที่คนแปลตั้งมาก็ “ถึงจะอ่อนแอแต่ก็ชนะได้” นั่นแหละ

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชมรมเบสบอลของโรงเรียนม.ปลายที่ถือว่าเป็นโรงเรียนที่เน้นเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แค่สถานที่เริ่มต้นมันก็บ่งบอกถึงความอ่อนในความสามารถในการเล่นเบสบอลของทีมนี้แล้ว และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆนั้นแหละเพราะตั้งแต่มีชมรมเบสบอลมาก็ไม่เคยที่ทีมนี้จะชนะการแข่งครั้งไหนเลย มิหนำซ้ำยังเล่นไม่จบเกมจบอินนิ่งอีกต่างหาก เรื่องมันก็เริ่มมาจากความห่วยของทีมโรงเรียนนี้และได้ความช่วยเหลือจากโค้ชคนใหม่ที่เคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนี้แถมเป็นอดีตผู้เล่นเบสบอลด้วย(แต่ก็เล่นแพ้เหมือนกันน่ะนะ) โค้ชคนใหม่ อาโอชิ ทาโม่(แสดงโดยนิโนะ วง Arashi)ก็นำพาการเปลี่ยนแปลงมาสู่ทีม
จากเรื่องราวในแต่ละตอนสิ่งที่โค้ชอย่างทาโม่สอนให้ทีมไม่ใช่การซ้อมอย่างหนักเพื่อจะเอาชนะ แต่เป็นการรับรู้ถึงความสามารถและขีดจำกัดของทีมตัวเอง ให้ทีมรู้ว่าตัวเองนั้นอ่อนแอและยอมรับว่าตัวเองอ่อน แต่ไม่ใช่ว่าความอ่อนของตัวเองนั้นเป็นสิ่งไม่ดี มันเป็นสิ่งที่ดีเพราะการที่เรารู้ว่าตัวเองไม่เก่งและพยายามในแบบของตัวเอง(แบบเวลาการซ้อมที่จำกัดเพราะเน้นเรื่องเรียนอ่ะนะ)เพื่อชัยชนะเพื่อแสดงให้คนรอบข้างเห็นว่าไม่ยอมแพ้นั้นแหละที่สำคัญที่สุด

เราว่าจุดตรงนี้แหละที่ถือว่าเป็นข้อคิดที่ดีจากละครเรื่องนี้ เพราะถ้าหากรู้ว่าตัวเองอ่อนแอและยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้พยายามอย่างสุดความสามารถมันก็ไม่ต่างอะไรกับที่คนอื่นมองเราว่าไม่ได้เรื่องและสมแล้วกับที่ไร้ความสามารถ สิ่งที่สมควรทำคือเราต้องเชื่อมั่นกล้าชนกับความไม่ได้เรื่องของเราและลุยไปนั้นแหละ เหมือนในเรื่องโค้ชก็จะให้ซ้อมตีซ้อมเหวี่ยงไม้ไปเรื่อยๆไม่ต้องไปสนใจหรอกว่ามันจะตีออกมาเป็นยังไงไกลไหมหรือดีสวยไหม แค่ตีออกไปอย่างสุดพลังของเราก็พอแล้วเพราะถ้าไม่ลองเหวี่ยงไม้ออกไปก่อนเราก็ไม่มีทางรู้ได้หรอกว่าลูกมันจะออกมาเป็นยังไง เหมือนในรูปที่บอกว่า "ช่างมัน ช่างมัน" ไม่ใช่ช่างมันแบบขอไปทีแต่ช่างมันเพราะมันผ่านไปแล้วมันเป็นอดีตเราแก้อะไรไม่ได้ สิ่งที่เราต้องสนใจคือปัจจุบันหรือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่างหากว่าต้องทำให้ดีที่สุด
ร่ายมายาวมากคือจริงๆแล้วจะพูดถึงตอนที่ 9 ของเรื่องนี้เพราะเพิ่งดูจบก่อนเขียนบล็อกนี้ได้...ไม่ถึง 10นาที ตอนที่9เป็นตอนที่เราคิดว่าเราชอบมาที่สุดเท่าที่ดูมาเพราะมันเป็นตอนที่ทีมสามารถชนะได้เป็นครั้งแรก ครั้งแรกนี่คือครั้งแรกจริงๆนะ ครั้งแรกของโค้ชอย่างทาโม่เองด้วย และก็เป็นครั้งแรกของทุกคนในทีมหรืออาจจะเป็นครั้งแรกในประวัติโรงเรียนเลยด้วยมั้ง(ฮา...อันนี้ไม่รู้มั่วเอา) มันเหมือนได้เห็นว่าความพยายามของทุกคนสำเร็จแล้ว เราแสดงให้เห็นได้แล้วว่าถึงเราจะอ่อนแอ แต่เราก็สามารถชนะคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่าเราในแบบฉบับของเราได้(นะเว้ย)
ชัยชนะในตอนที่9 แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำไม่ใช่สิ่งที่ผิด การที่ไม่ยอมแพ้ต่อความไม่ได้เรื่องในการเล่นเบสบอลของตัวเองและไม่ยอมแพ้ต่อเสียงต่อว่าของคนอื่นที่หาว่าดูถูกเบสบอลเพราะเหมือนทำอะไรครึ่งๆกลางๆ(ประมาณว่าเป็นโรงเรียนที่เน้นเรื่องสอบเข้ามหาลัยจะทำมาเป็นเล่นเบสบอลให้เกะกะคนที่เขาเอาจริงเอาจังทำไมกัน)ไม่ได้ผิด ความชื่นชอบในเบสบอลและอยากจะเล่นเบสบอลของทุกคนแล้วได้พยายามมาถึงจุดนี้และได้พิสูจน์ตัวเองได้แหละสุดยอด

//

จากตอนแรกที่ดูไปงั้นเพราะเป็นคนชอบเบสบอลและดูน่าสนใจดีกลายเป็นว่านั่งดูไปนั่งลุ้นนั่งเชียร์ไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ลุ้นอย่างกับตัวเองอยู่ขอบสนามทั้งๆที่เกาะอยู่ที่หน้าจอโน้ตบุคตัวเองแบบไม่ขยับไปไหนเลยต่างหาก เรื่องนี้ทำระดับอารมณ์ระหว่างเรื่องได้ดีมาก ค่อยๆเพิ่มอารมณ์ของคนดูไปเรื่อยๆตามเรื่องราวในละคร ถ้าใครได้ดูก็คงจะหลงรักในตัวนักแสดงทุกคนโดยเฉพาะตัวโค้ชที่สุดแสนจะเอื่อยเฉื่อยทำหน้าเป็นตาแก่ตลอดเวลาอย่างอาโอชิ ทาโม่ เพราะถึงแม้ว่าคนๆนี้จะทำหน้าไม่แคร์โลกเท่าไหร่นักแต่ความรักในเบสบอลและความมุ่งมั่นในการเอาชนะที่แถมคำสอนดีดีอีกมากมายนั้นพุ่งกระฉูดเกินปรอดวัดแน่นอน

นากาจิม่า ยูโตะ
ฟุคชิ โซตะ

ยามาซากิ เคนโตะ

คือจริงๆแล้วที่มาดูเรื่องนี้นอกจากจะเพราะสนใจในเบสบอลแล้ว นักแสดงก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ดีและเป็นแรงจูงใจที่ดีในการลองเปิดเข้ามาดู เรื่องนี้เอาจริงมันคือความดีงามของการรวมตัวกันของนักแสดงวัยรุ่นอายุ20ต้นๆอย่างเห็นได้ชัด ตัวเด่นในเรื่องอย่างคนแรก นิโนะมิยะ จาก  Arashi (อาจจะบอกว่าเป็นอดีตนักแสดงวัยรุ่นก็ได้เพราะที่จริงๆก็ไม่ใช่20ต้นๆเพราะตอนนี้ก็ขึ้นเลข3แล้ว)ที่แสดงละครมาหลากหลายเรื่อง) คนที่สองคือ นากาจิม่า ยูโตะ จาก Hey!Say!Jump (เล่นละครมาตั้งแต่เป็นเด็กตัวกระเปี๊ยกจนตอนนี้คือโตเป็นหนุ่มหล่อมากกกกกก) คนที่สามก็ ฟุคุชิ โซตะ นักแสดงวัยรุ่น(มาแรงแซงโค้งที่ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมามีทั้งละครทั้งหนังเยอะแยะเต็มไปหมด) คนที่สุดท้ายคือ คามาซากิ เคนโตะ หรือ ยามะเคน (ในเรื่องอาจจะไม่เด่นมากนักแต่...ตอนนี้นายเด่นมากในวงการเพราะละครก็เยอะพอๆกับโซตะแถมตอนนี้มีเรื่องDeath Noteอีก) หลักๆที่เป็นสิ่งดีงามของเรื่องก็เป็นสามหนุ่มหลังเพราะทุกคนหล่อมากถึงแม้ว่าในเรื่องนี้ยูโตะจะดูดีที่สุดก็เหอะ(อวยสุดไรสุด) ดูไปกรี้ดกับความหล่อของยูโตะ โซตะ และยามะเคนไป (เออะ...จริงๆไม่ได้ตั้งใจดูละครชะมองแต่หน้านักแสดง)มันดีมากเลยค่ะ
สามคนเรียงค่ะ คือดี๊ดี (คนที่สี่ก็เล่นละครเยอะนะ)

ขอแนะนำให้ดูเลยเพราะมันเป็นอะไรที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า #เขาว่าพระเอกญี่ปุ่นไม่หล่อ ไม่ใช่เรื่องจริงนะคะ

ปล. ขอเชิญชวนให้เปิดเข้าไปดูในแท็ก #เขาว่าพระเอกญี่ปุ่นไม่หล่อ ในทวิตเตอร์ค่ะ แล้วคุณจะเห็นถึงความดีงามในหน้าตาของพระเอกหลากหลายคน
ปล2. ละคร ซีรีย์ ญี่ปุ่นไมได้ไร้สาระไปหมดอย่างที่คิดกันเองนะคะ มันมีหลากหลายแนวมากและในความหลากหลายนั้นแต่ละเรื่องก็มีข้อคิดดีๆและมุมมองดีๆในชีวิตของเราให้เราได้ลองเก็บมานั่งคิดและกลับมามองดูเหมือนกัน 
ปล3. ใครสนใจดูเรื่องนี้กดตามลิงค์นี้ได้เลยนะ >> Yowakutemo Katemasu ถึงอ่อนแอแต่ก็ชนะได้ (Dark-Drama)

เครดิต: รูปที่แคปมาจากเพจDark-Dramaค่ะ ขอโทษที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อนนำมาใช้

-Thank You-