แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ blog แสดงบทความทั้งหมด

[What's In] LUSH IN BKK | ในที่สุด...LUSHก็มาแล้วจ้าาา

กลับมาอีกครั้งเพราะรู้สึกว่าบล็อกโดนดองมาหลายเดือน ระหว่างสองสามเดือนมีอะไรอยากอัพเยอะมากแต่...ลืมค่ะ (ฮาาาา) เลยว่าต้องเลือกมาอันที่อยากลงที่สุด และนั่นก็คือ....LUSH!!!

LUSH IS NOW IN BANGKOK ! ! !
ในที่สุด LUSHก็มาเปิดชอปที่ไทยแล้ววว คือนี่ดีใจมาก ดีใจกมากมากมาก ตอนเห็นโพสครั้งแรกกรี้ดแทบลั่นบ้านอยากจะตั้งเตนท์รอที่หน้าชอป(เว่อร์)


เราเป็นคนนึงที่ชอบ/บ้า/crazy over LUSHหนักมาก คือให้เพื่อนขนกลับมาจากญี่ปุ่นจากอังกฤษจากเมกาให้ตลอด บางครั้งไม่ต้องฝากเพื่อนก็ซื้อกลับมาให้เอง(อิ ช่างรู้ใจ)
สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าLUSHที่เราพูดถึงคืออะไร ขอแนะนำสั้นๆค่ะ LUSHคือแบรนด์ของบิ้วตี้โปรดักออแกนิคจากสหราชอาณาจักร(UKนั้นแหละ) ทุกอย่างเป็นออแกนิคทำกันสดๆจากผักผลไม้หรืออะไรก็ว่าไป

LUSHเปิดตัวเปิดและร้านเมื่อวันที่16ธันวาที่ผ่านมานี่เองค่ะ ก็เกือบจะสองเดือนแล้วเนอะ!
เราได้มีโอกาสได้ไปชอปปิ้งที่ร้านก่อนใครเมื่อวันที่16ธันวา เพราะเป็นผู้โชคดีจากSocial Mediaที่ทางLUSHสุ่มเอา (แต่จริงๆก็มีคนได้มากันเยอะเหมือนกันนะ)

ร้านอยู่ที่Siam Centerชั้นMฟากใกล้ประตูทางออกใกล้Siam Paragonอ่ะเปิดแทนที่ร้านForever21 เห็นเค้าว่าชอปที่ไทยเป็นชอปที่ใหญ่เป็นอันดับสามของชอปทั่วโลกเลยนะ มีความยิ่งใหญ่ไปอีก

ก่อนเข้างานก็ลงชื่อให้เค้าก่อน และสิ่งที่น่ารักมากคือมีการเอาPhotobootมาตั้งให้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกเอากลับบ้านได้ด้วย น่ารักมากกกกก ถ่ายแล้วรอพริ้นเลย 


หน้าร้านจัดเปิดและสว่างมาก ทางซ้ายจะเป็นเคาเตอร์สบู่ซึ่งมาเป็นก้อนยักษ์ๆเหมือนเวลาร้านชีสตัดชีสแบ่งขายเลยแต่นี่คือสบู่ ที่นี่เราก็ทำคล้ายๆกันเลือกสบู่ที่เราต้องการและบอกสตาร์ฟให้ตัดให้ ราคาจะคิดราคาต่อ100กรัมค่ะ ส่วนตัวเราชอบHoney I Washed The Kids หรือสบู่ที่หน้าตาเหมือนHoneycombนะ มันหอมน้ำผึ้งๆมาก

กลางร้านเข้ามาที่ขาดได้ไม่ได้เลยก็คือBath bomb กลิ่นจากbath bombกับสบู่นี่ฟุ้งทั่วร้านไปหมดค่ะ แอบกลิ่นตีกันเล็กน้อย


มาดูบรรยากาศในร้านกันดีกว่า









พอเหลือบมาอีกหน่อยก็จะเจอมุมMassage Bars



 ขอเน้นตัวนี้หน่อย Wiccy Magic Musclesเป็นก้อนที่ถือว่าทำให้Lushเป็นที่พูดถึงอยู่พักนึงเลยเนื่องจาก...อีเม็ดแดงๆที่เห็นอยู่บนก้อนmassage barเนี่ยมันแตกหน่อออกรากออกใบประมาณว่าออแกนิคของจริงนะแก ขนาดว่าแกะเม็ถั่วแดงออกไปปลูกได้เลย

สตาร์ฟวันนี้เต็มร้านเลยเพื่อรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาลองสินค้าในวันแรกนี้ค่ะ สตาร์ฟทุกคนน่ารักมากแบบมากมาก ทุกคนเฟรนลี่และอธิบายสินค้าดีละเอียดดีงามมาก เราชอบคนนี้เป็นพิเศษกับสตาร์ฟผู้ชายอีกคนก็น่ารักมากค่ะ

มุมนี้จะเป็นมุมShower JelกับShower Jelly มีอ่างล้างมือให้ด้วยเพื่อลองสินค้าค่ะ

สิ่งนี้คือShower Jelly ส่วนตัวเราไม่ค่อยชอบกลิ่นShower Jellyสี่ตัวนี้เท่าไหร่ คือเราชอบSweetie Pieที่เคยซื้อมาตอนไปญี่ปุ่นมากกว่าเพราะอันนั้นจะเป็นกลิ่นหอมหวานเหมือนกินขนม(มดขึ้นมาก) 

 LUS​Hไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์สำหรับอาบน้ำอย่างเดียวนะคะ แต่มีหลายอย่างมากอย่างพวกน้ำหอม เครื่องสำอาง มาร์สหน้ามาร์สตัว เยอะแยะอ่ะ

โซนFresh Maskก็จะสดๆกันแบบนี้เลย

ได้ลองตัวAlmondที่หลังมือ พอล้างออกมาหลังมือนิ่มจาก จัดมาหนึ่งกระปุกเป็นของฝาก(อ้าวไม่ใช้เอง 5555)
 กระปุกพวกนี้คือพวกface washและcleanser


โซนเครื่องสำอาง

โซนlipsและteeth มีทั้งlip balm, lip scrubs, lip tints หลากหลายรสและกลิ่น เราซื้อlip scrubs POPCORNให้เพื่อนหนึ่งอัน กลิ่นเหมือนกินป๊อปคอร์นตลอดเวลา(หิวววว)
แล้วก็ซื้อToothy Tabsที่อยู่บนชั้นที่สองมาด้วย มันคือก้อนยาสีฟัน แบบเราไม่ต้องพกยาสีฟันไปไหนมาไหนเวลาเดินทางงี้ เอาแค่ก้อนๆเนี่ยเข้าปากแล้วเคี้ยวๆและแปรงสีฟันแปรงโลด คือมันดีมากเช่นกัน เราซื้อOral Pleasureมาเป็นกลิ่นส้มๆโคล่าๆอร่อย



 มุมนี้จะเป็นพวกแชมพูหรือคอนดิชั่นเนอร์ทั้งแบบน้ำและแบบก้อนเยอะมาก เราหยิบSolid Conditionersก้อนสีขาวนี่ไปด้วยหนึ่งก้อน ซื้อเป็นChristmas giftให้เพื่อน





อันนี้มุมgift โซนknot wrapผ้าสีสันสวยงาม packagingกล่องน่ารักมากเช่นกัน สตาร์ฟที่คุยกับลูกค้าผมทองอยู่คือน่ารักมากเช่นกัน วันก่อนเข้าไปที่ร้านอีกรอบ เทคแคร์เราดีมาก

หลังจากเดินวนไปวนมาหยิบเล็กหยิบน้อย ก็ได้มาเท่านี้ เดินไปจ่ายตังดีกว่า

ก่อนจ่ายก็ต้องชั่งนำ้หนักก่อน



ใครสนใจอยากลองก็ไปที่ร้านได้เลยนะคะ ขอแปะfacebookกับinstagramไว้ให้ด้วย
Facebook: Lush Thailand
Instagram: Lush Thailand

-THANK YOU-

[Travel Diary] Finally, Seoul #4 | โลคอลไกด์ ทงแดมุน นัมซานทาวเวอร์ รอบที่ล้าน


Travel Diary ณ กรุงโซลบล็อกสุดท้ายยย
กว่าจะลงครบทุกวันแปปๆเราก็...จะครบรอบปีของการไปทริปพอดี (ฮาาาาาา)

วันที่สี่ของทริปนี้ ไม่ได้มีแพลนจริงจังว่าจะไปไหนดี รูปน้อยมากเพราะเริ่มขี้เกียจค่ะ
ตอนเช้าเรากับพี่ก็เดินทางไปที่ห้างCoex (นั่งไปลงที่สถานี Samseong) ที่ไปที่นี่เพราะกะว่าจะไปเดินซื้อของโน่นนี่เพราะจำได้ว่ามีร้านเครื่องสำอาง มีArtbox มีร้านซีดีอะไรงี้ แต่พอไปถึง................งงเป็นไก่ตาแตกเลยค่ะ ที่นี่คือที่ไหน คือร้านมันเปลี่ยนไปหมดเลยจ้า ห้างก็renovatedข้างในใหม่หมด โครงสร้างเดิมแต่ขอใช้คำว่าไม่มีเค้าเดิมเลยซักนิด นี่เราไม่ได้มาที่นี่แค่ 3 ปีเองนะ ทำไมห้างที่เราโปรในการเดินมาถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้... สรุปก็เดินมั่วค่ะ หลงไปหมด หาร้านไม่เจอ เดินไม่เป็น 
ประเด็นของการมาที่นี่คือ...เรานัดเพื่อนเราให้มาเจอกันที่นี่ พอโทรหาเพื่อน ให้ทายยยยย เพื่อนก็หลงเหมือนกันจ้าาาา! (เดี๋ยวๆนี่พวกแกเป็นคนเกาหลีพวกแกบ้านอยู่โซล ทำไมพวกแกหลงในห้างนี้ได้วะะะ) เป็นการรวมตัวของคนที่ไม่อยู่โซลกันในระยะสองสามปีนี้เลย คนนึงเพิ่งเรียนจบกลับมาจากลอนดอน อีกคนนึงก็อยู่ในกรม(นี่ก็ขอleaveและออกมาหาเพื่อน)อยู่โซลก็เหมือนไม่อยู่ 

สรุปการมา COEX นิดนึงค่ะก่อนย้ายไปทงแดมุนเนอะ
ห้างสวยงาม สว่างๆ(แต่ก่อนไม่ค่อยสว่างเท่าไหร่) จัดร้านดีงาม ร้านเสื้อผ้าน่าเข้าน่าเสียเงินแต่เงินไม่มี ใครที่ไม่รู้จะไปเดินไหนอยากได้เสื้อผ้าเก๋ๆแบรนด์เกาหลีหน่อยก็มาที่นี่ แต่ที่นี่ไม่ถูกนะไม่เหมือนพวกร้านเสื้อผ้าตรงทงแดมุนหรือพวกหน้ามหาลัยอะไรงี้ นอกจากร้านเสื้อผ้าก็มีโรงหนัง อควอเรียม และที่ขาดไม่ได้เลยคือมี SM TOWN (SUM) @ COEX ARTIUM 

SM TOWN (SUM) @ COEX ARTIUM เป็นสถานที่สำหรับติ่ง SM TOWN โดยเฉพาะ โซนนี้ก็เป็นสิ่งที่โผล่มาในช่วงสามปีของการที่ไม่ได้มาโซล ตื่นตาตื่นในเล็กน้อยเพราะเป็นติ่ง SM TOWNรุ่นแรกๆ ตอนนี้เฉยๆเพราะโอปป้าเข้ากรมกันหมดละ ถ้าเป็นแต่ก่อนมั่นใจมากว่าจะเสียตังไปเยอะมากกกกกกก (รู้สึกภูมิใจในตัวเองเล็กน้อยที่ไม่ติ่งหนักแล้ว // ไปติ่งอย่างอื่นแทน) ในตึกมี 6 ชั้น แต่ละชั้นเป็นที่เสียตังกันคนละแบบ ชั้นนึงเป็นขายOfficial Goods เป็นสตูดิโอถ่ายรูป เป็นคาเฟ่ เป็นTheatre ส่วนตัวเราชอบที่เค้าตกแต่งตรงข้างบันได เอารูปศิลปินมาติดงี้ ทุกคนน่ารักมาก ติ่งละลานตาสุดๆไม่ว่าจะเป็น Super Junior, Girls' Generation, TVXQ, SHINee, f(x), EXO หรือ Red Velvet 

จบจากCoexที่ไม่ได้อะไรนอกจากหลง เราก็นั่งรถเมล์มาลงที่ทงแดมุนเพราะคำนวนกันแล้วว่ามันถูกกว่านั่งรถไฟใต้ดินไปและไม่ต้องเดินเมื่อยเปลี่ยนสายไปมาด้วย นั่งไปก็ง่วงไป หลับไปหลายตื่น ก็มันไม่ใช่ใกล้ๆนะเว้ยจากSamseongไปDongdaemunเนี่ย

พอถึง Dongdaemun ที่แรกที่ไปคือ Dongdaemun Design Plaza (DDP) ที่ไม่ว่าใครก็ต้องมาาาาา
โลคอลไกด์ของเราสองคนเป็น โอปป้า กับ อนนี่ ที่เดินไปก็บ่นไปมา...จะมาทำไมวะ *พูดเสียงภาษาไทยโนซับไตเติ้ล* (ฮาาาาาาา)



ถึงจะบ่นแต่ก็พาเดินนะไปรอบๆนะ แต่ที่พาเดินไม่ใช่รักเพื่อนหรืออะไร(มีการหันหน้ามาบ่นตลอดเวลาอยู่)...แต่มีความเกรงใจพี่สาวของเพื่อนที่ไม่เคยมา 
เดินวนหาทางไปมุมกุหลาบซักพักก็เจอ ผ่านตรงนี้ก็เจอละ

ที่เราอยากมาเพราะอยากไปถ่ายรูปตรงกุหลาบLEDที่DDP แต่...ก็ต้องผิดหวังเล็กน้อยเพราะดงกุหลาบของเราไม่หวือหวาเยี่ยงที่จินตราการเลย มันต้องรอตอนกลางคืนให้เค้าเปิดไฟอ่ะ แต่เราดันไปตอนฟ้าสว่างขนาดนี้...ไม่สวยเว่อร์วังก็ไม่แปลก

ถ่ายselfieคนเดียวไม่มีการเรียกเพื่อนเรียกอะไรไปถ่ายด้วยเลออออ
จริงๆมันก็สวยดีแหละเพราะช่วงเย็นอาทิตย์กำลังตก



หลังจากถ่ายรูปเล่นกันเรียบร้อย พวกเราก็ตัดสินใจไปฝั่งตรงข้ามพวกห้างร้านเสื้อผ้าอะไรประมาณณณ เราให้พี่สองคนไปเดินช็อปส่วนเรากับเพื่อนนั่งรอที่คาเฟ่แถวๆนั้น คุยโน่นนี่ เม้าเรื่องเพื่อนคนอื่นกันไป แต่นั่งได้ซักพักโอปป้าเราก็ถึงเวลาต้องกลับเข้ากรมตำรวจแล้ว มีความดราม่าเล็กน้อยว่าเสียใจไม่มีใครมาเยี่ยมและขอบคุณที่มาเยี่ยมเรา เราซึ้งใจจริงๆ (เดี๋ยวๆเป็นเอเลี่ยนสามตาหรอพูดแบบนี้) 

เนื่องจากอย่างที่บอกว่าพี่เราไม่เคยมาเกาหลี...สิ่งที่ต้องไปอีกที่นึงในโซลที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็น
*เสียงรัวกลอง* SEOUL TOWER หรือ NAMSAN TOWERนั่นเองข่าาาาาา แต่จากDongdaemunเรานั่งแท็กซี่กันไปที่นัมซานเลยเพราะมันสะดวกสุด จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นไปจนถึงนะตอนแรกกะแค่เดินไปตรงกำแพงเก่าที่ภูเขาแทนเพราะเพื่อนดูรีวิวจากในเว็บมา 

เพราะเราจะไปหากำแพงตรงทางขึ้นเขา เราเลยเดินกันค่ะ นับว่าเป็นการขึ้นนัมซานรอบที่ 6 (ไปบ่อยกว่าไปวัดพระแก้วอีก) ใครมาก็บอกให้พามา...หกรอบ ทุกรอบเป็นการขึ้นเขาที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่เคเบิ้ลคาร์ นั่งรถเมล์ เดิน ทั้งลงทั้งขึ้น ทำมาทุกทางแล้วค่ะ โปรมาก ฮาาาาาา 

มุมนี้ๆ เป็นมุมที่ถ่ายละครเรื่อง My Lovely Sam Soon
(บางคน...หรืออาจจะหลายคนไม่น่าจะรู้จักนะ มันเก่ามาก เป็นซีรีย์ยุคแรกๆ ดักแก่มากๆ)
พอเดินมาซักพัก...ก็ได้รับรู้ว่า กำแพงปิดบูรณะ -_- 

พอขึ้นมาเจอป้ายกันขนาดนี้...จะเดินลงก็ใช่เรื่อง เราเลยเดินขึ้นเขาไปหาทาวเวอร์นั่นแหละ อุตส่าห์ขึ้นมาขนาดนี้แล้ว
"ช่วยดูหน้าพี่ด้วยว่าพี่ไหวไหม ถามพี่ด้วยว่าพี่อยากปีนขึ้นไปไหม" พี่ไม่ได้กล่าว
สังเกตที่ขาเพื่อนนะ เจ็บขายังอุตส่าห์พาขึ้นมา (-_-)
แต่ก่อนเราเคยเดินลง...นี่เป็นครั้งแรกที่เดินขึ้นทางนี้ โคตรรรรรรรรรรรรรร เหนื่อย
เดินมาไม่รู้ว่าครึ่งทางตอนไหนอ่ะ แต่โคตรเหนื่อย เหนื่อยมาก ยังดีที่อากาศไม่ร้อนไม่หนาว...แต่จริงๆเดินจนจากหนาวเป็นร้อนอ่ะ
รอพี่ด้วยยยยยยยย
ถ้าถามว่าพี่เหนื่อยไหม...หลักฐานอยู่ที่รูป 
เดินมาจนถึงจุดที่มีเคเบิ้ลคาร์ พี่หันมาถามเรากับเพื่อนว่า...ทำไมแกไม่ให้ชั้นขึ้นเคเบิ้ลคาร์ตั้งแต่แรกวะ
"น้องขอโทษษษษษษษษษ"

เพื่อนขำความเหนื่อยของสาวเหนือของเรา
แต่เดินขึ้นมาก็มีอะไรดีดีนะ หันไปทางซ้ายสิ

เราว่ามุมนี้ของเมืองสวยดี โดนกิ่งไม้บังนิดหน่อยก็มีความอาร์ตดี
โซลลลลลลลล
อีกมุมนอกจากมุมซ้าย...เงยหน้าขึ้นสิ :)
โซลทาวเวอร์ไงจะอะไรหล่ะะะะะ
ฮึบบบบบบบบบบบ
สวัสดีโซล/นัมซานทาวเวอร์รอบที่....6 ง่ายๆคือมาเกาหลีกี่ครั้งเราก็มาทุกครั้ง ㅠㅠㅠㅠ ครั้งหน้าไม่ไปแล้วนะ

คือเรามีเรื่องเล่า คือตอนครั้งแรกที่เรามากับน้องสาว เราก็นั่งรถแท็กซี่มาลงตรงทางขึ้นเคเบิ้ลคาร์ นี่ก็มั่นใจกันมากบอกปลายทางกับคนขับว่า "Seoul Tower" คนขับหันมาทำหน้างงใส่...แบบ"ห๊ะ อะไรนะ" หลายรอบมากจนแทบจะเรียกรถคันอื่น จนหันไปรอบๆตัวเจอทาวเวอร์อยู่ก็ชี้ให้คนขับดู แกก็..."อ๋ออออออออออ ​Namsan Tower *สำเนียงเกาหลี* " เป็นการฉะนี้ค่ะ...หลังจากนั้นเราก็เรียกนัมซานๆ แต่พักหลังเวลาไปเราเรียกนัมซาน...คนเกาหลีจะตอบกลับมาว่า "อ๋อออออ Seoul Tower" (จะเอายังไงกับชั้นกันแน่คะะะะะ)

ถ่ายรูปทาวเวอร์เรียบร้อยก็ถึงเวลาลง... พี่รีบหันมามองสองคนเพื่อนกับเราว่าไม่เดินแล้วนะ ไม่เดินแน่ๆ จะลงเคเบิ้ล เราเลยซื้อตั๋วขาเดียวลงเคเบิ้ลคาร์กันไปปปป แต่พอลงมาแล้วถึงเวลากินพอดี เพื่อนแนะนำให้กินทงคัตสึเพราะแถวๆนัมซานทงคัตสึอร่อยมาก (ทงคัตสึเหมือนของญี่ปุ่นแหละ แต่ว่าชิ้นจะเล็กกว่า) พี่เราบอกอยากกินอะไรที่มันอิ่มๆท้อง...สรุปจบที่การเดินจากนัมซานลงไปเมียงดงเพื่อกินSamgyeopsalอีกหนึ่งรอบก่อนหมดวัน ร้านที่กินSamgyeopsalอันนี้อร่อยมากกกกก แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาอีกเช่นเดิมเพราะขี้เกียจหยิบกล้อง

ในที่สุดก็มาถึงวันสุดท้ายแล้วววว ขอจบบล็อกการเที่ยวเกาหลีที่ดองการอัพบล็อกมาจนเกือบจะครบรอบหนึ่งปีของการไป 
ขอบคุณพี่เอฟ พี่แนน ที่ทำให้น้องได้ไปเกาหลีในรอบสามปี ไปหาเพื่อนไปกินไปเดิน
ขอบคุณเพื่อนสองคนคิมกับซึลกิที่ไม่เจอกันมายาวนานสามปีเช่นกัน (เพื่อนอ่านไม่ออกแต่จะพิมพ์ไทย)
ขอบคุณแม่มี๊ที่ให้หยุดงานไปพาพี่สาวติ่ง
ขอบคุณทุกคนที่กดเข้ามาหรือผ่านเข้ามาในบล็อกไร้สาระอันนี้

TIPS:สำหรับการขึ้นSeoul Tower 
ใครที่เวลาเยอะอยากเดินเล่นงบน้อยชมวิว...เราแนะนำให้เดินขึ้นนะ เราว่ามันสนุกดี
ใครไม่อยากเมื่อยและมีทุนทรัพย์ที่เพียงพอ...เราแนะนำให้ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ มันมีขายแบบไป-กลับด้วย จะถูกกว่าขาเดียว
ใครที่มาจากที่อื่นของมุมเมืองโดยที่นั่งรถบัสมา...เราแนะนำให้นั่งมาลงที่ป้ายแถวตีนเขาและรอรถบัสพาขึ้นเขาอีกที รถจะจอดที่จุดสูงสุดที่รถจะไปได้และคุณก็ต้องเดินขึ้น(อยู่ดี)  ฮาาาาาาา แต่จะเดินคนละแบบกับเดินบันได ระยะสั้นกว่า มันคือการเดินทางลาดไม่ชันมากแต่ขาแข็ง (เอ๊ะยังไง)


-THANK YOU-