[Movie Thoughts] Tomorrowland | ดินแดงแห่งอนาคต ความหวัง และความฝัน




I ...well I LOVE THE MOVIE!
       
Some might said it's boring...but it is NOT! It is not! Like not at all! I swear to you! I don't know about the technique or whatever to make a film a good movie or a great movie but this one, I can call it's a good movie. A great one to give us inspiration, a right one to lead us to bright and hope. Excitement and amazement make us aware and move forward and keep going on what we hope the future will be. Our hope and dream may not able to change the whole world but it at least make you not going back and diminish it away. A little change in our life may lead it to the bigger change, I believe after seeing this film. 


The main character, Casey, has an unique (well...different) belief about our world than the other basic characters, her teachers and classmates in the movie obviously. It shows in the part that she's in her classes, all the teachers teach about disaster, the ending of earth, and how it getting worst and not better. She asked 'can we fix it?', this one basic question that sound ridiculous comparing to what we saw on the news everyday whether it's earthquake, melting glacier, or the erupting volcanoes, actually can lead us to the different future than just accept that it's going to end! With her character, we lead to see the different thought about it, an optimistic one. Even though there is a small little chance of it to really change the whole thing by seeing the statistic that already calculated, but things have not happen yet, so how do we really know that this one small chance that we going to turn it down would not work. 

In the film, the scene where Nix, is he a robot or just a man from another dimension? Anyway. In that scene he talked about how it's not the fault of the monitor that showing people all the disaster and the coming of the end of their world but it's them, human beings. It's their fault for not trying to change things and fight against it but just kind of accepting it. That hits me right to my face! It's true! Really true about us people. Most of the people, and here I included myself in, are just accepting things that happen around us. That's what we did for the pasting years of the wrathful Earth. People seems to be giving up about it because they see themselves very small comparing to the nature. That is really the point of the film. It shows us what we are and hit us in our face trying to wake us up! Frank is a character that is the example of someone who gave up after seeing the future but he came back when he met the new hope and dream, Casey. Just be optimistic and never giving up because there is always a chance to change, this is what I think the film try to say.


Oh my, I feel like I'm repeating myself over and over. All about being optimistic, hoping, dreaming, and not giving up stuff. But yeah, these really are things I thought of after seeing the film. But I still have a one last thing, the one last scene I want to mention! The last scene, the very last one to the end of the movie where they show the robots going out to the world to find DREAMERS. This part make us think back to ourselves and back to the realistic point where we are just us, a small human being in the enormous world. We are not able to change the world not everyone of us but not that we can't, right? Well, it shows us that everyone of us, every single one of us may not lead the world but we are dreamers within ourselves. Everyone of us can dream and if we decide to not giving up our dream, at that point we can change the world already. The world is big enough for everyone to have a space for their dream to come true I believe that. We start to change our small individual world first then step by step we change the things around us and make it bigger and bigger. When dreamers all come together what do you think will happen? What the world might be? It all end there where dreamers touch the pins and THERE! TOMORROWLAND's in front of them.






*This is just what I think. I know there're a lot of people out there who might not agree with me but it felt good when we able to share our ideas over things. Tell me what do you think about it if you've seen the movie.
**Credit all the photos from google...I search all from there
***I think I mess up with the word 'film' and 'movie', just bare with them, okay?

[What To Love] Sun Shine Sky | ท้องฟ้า แสงแดด แสงสะท้อน และเงา


ไม่รู้มีใครคิดเหมือนเรารึเปล่า
เวลาอากาศดีดี ฟ้าใส เมฆสวยแบบวันนี้
เราชอบแดด ชอบแสงสะท้อนของแดด ชอบเงาของแดด
ยิ่งเวลาขับรถผ่านตามทางไปเรื่อยๆ มีต้นไม้ริมทาง
โดนแดดบ้าง มีเงาบังบ้าง มีแสงสะท้อนจากกระจกรถบ้าง

เราว่ามันสวยดี :) 

[What To Love] Music For The Soul | ดนตรี สร้าง สุข

เมื่อตอนสงกรานต์ไปสหราชอาณาจักรมา...พูดซะเต็มยศ ง่ายๆก็คือ UK นั่นแหละ

มีอย่างนึงที่ได้ไปสัมผัสแล้วทำให้ชอบมากๆ สิ่งที่เราชอบมากๆนี้ไม่ใช่ผู้คนที่อัธยาศัยดี ไม่ใช่เมืองที่จัดเป็นระเบียบ ไม่ใช่ตึกที่ออกแบบมาสไตล์ยุโรปเก่าสวยงามตามทาง ไม่ใช่ความสะดวกสบายของรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีสถานีเยอะแยะเต็มไปหมด ทุกอย่างที่พูดมาเราก็ชอบหมดนะแต่ความชอบของเราครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะหลายๆอย่างรวมกันมากกว่าและเกิดขึ้นที่ “สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน” หรือ คนส่วนใหญ่จะเรียกกันแบบอัพคลาสหน่อยก็ London Underground / Tube

London Underground หรือ Tube เป็นหนึ่งในการเดินทางที่คนในลอนดอนใช่กันในชีวิตประจำวัน ทุกวันคงมีใช้ทู้ปนี่ไม่น้อยกว่าพันคน ยิ่งช่วย Peak Timeของเขาอย่างช่วงก่อน9.30น.แล้วด้วย อย่าหวังว่าจะได้ยืนสบายๆในรถไฟที่เล็กมากอยู่แล้วของที่นี่เลย

ตอนอยู่ที่ลอนดอน 5 วันเราก็เดินทางไปที่โน่นที่นี่โดยใช้เจ้าทู้ปเนี่ยแหละไปไหนมาไหนสะดวกดีแท้ ไม่งั้นคงไปไหนกันลำบากแย่ พอใช่ทุกวันก็เดินผ่านทุกวัน ก็มองไปรอบๆตลอดเวลาที่เดินไปชานชาลา ขึ้นลงโน่นนี่เปลี่ยนสายรถไฟกันสนุกสนาน(แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยสนุกด้วยนะ เดินเยอะไป) และสิ่งนึงที่เราเห็นทุกวันของการลงใต้ดินนี้คือ Buskers หรือ พวกนักดนตรีที่เล่นตามสถานีต่างๆทั่วลอนดอน  

Buskers at London Underground station

ครั้งแรกที่เห็นคือสนใจมากได้ยินพวกเสียงดนตรีนี่มาแต่ไกลเลยนะเป็นเพราะอยู่สถานีใต้ดินด้วย เวลาเล่นอะไรก็จะเสียงสะท้อนกันหมด นักดนตรีที่เราเห็นส่วนมากจะเล่นกีต้าบ้าง คีย์บอร์ดบ้าง ไม่ค่อยมีใครมายืนร้องอย่างเดียว ส่วนมากจะมีเครื่องดนตรีติดตัวกันมาแล้วก็ร้องเพลงไปด้วย แต่พวกที่เล่นดนตรีอย่างเดียวก็เยอะอยู่ และฝีมือทุกคนไม่ใช่เด็กๆนะถือว่าเป็นนักดนตรีมืออาชีพกันเลย เอนเตอเทนคนเก่งมาก ผู้คนส่วนใหญ่ก็เดินผ่านไปแบบไม่ได้หันมามองสนใจอะไร แต่ก็มีหลายคนที่หันมามอง มายิ้มให้นักดนตรี หรือบ้างก็ให้สินน้ำใจเล็กๆน้อยๆเป็นกำลังใจให้คนที่มีความสามารถพวกนี้ เราก็เป็นหนึ่งในนั่นที่สนใจและชื่นชมมากๆ

Buskers ถือเป็นหนึ่งในสีสันของรถไฟใต้ดินที่ลอนดอนที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่แถมสร้างความบันเทิงให้กับการเดินทางไปทำงานที่เคร่งเครียดหรือไปไหนมาไหนให้กับคนทุกคนอีกต่างหาก คนที่มาเล่นมีทั้งผู้หญิงผู้ชาย คนหนุ่มสาวบ้าง คนมีอายุบ้าง มาคนเดียวหรือมาเป็นคู่เป็นกลุ่มก็มีเยอะแยะ แต่ทุกคนก็มาเพราะมีความฝันกันทั้งนั้น สิ่งที่เขาได้รับไม่ใช่แค่เงินที่ได้จากคนดู(จริงๆก็ได้ด้วยนะ แล้วรู้สึกเงินดีมากๆ)แต่เป็นประสบการณ์ที่ได้เล่นต่อหน้าคนเยอะๆ สร้างความบันเทิง สร้างสีสัน และไม่ได้แบ่งแยกว่าเพื่อใครหรือเพื่ออะไร

มีคืนนึงกำลังจะเดินจากชานชาลา มุมตรงหน้าทางขึ้นบันไดเลื่อนก็มีคุณลุงคนนึงกำลังเล่นคีย์บอร์ดอยู่ เราก็หันไปมองเหมือนทุกครั้งแต่ก็ไม่ได้ให้เงินเพราะตอนนั้นไม่มีเหรียญเลย และสังเกตเห็นผู้ชายคนนึงโยนเหรียญใส่ที่ใส่เหรียญของนักดนตรีแล้วพูดกับเขาว่า  “Nice job!” ...บุคคลคนนั้นหล่อขึ้นมาทันทีเลยค่ะ หล่อในที่นี้ไม่ใช่เพราะหน้าตา แต่เพราะใจพี่หล่อมาก(Clicheมากที่พูดงี้แต่มันเป็นเรื่องจริง) ตอนที่เราเห็นนี่คือปลื้มมาก ชอบมาก และเห็นว่าน่ารักมาก ส่วนหน้าของนักดนตรีคนนั้นก็ยิ้มไม่หุบ

บางทีแค่คำพูดเล็กๆน้อยๆและการinteractของเรากับคนอื่นนิดหน่อยก็ทำให้โลกนี้มีความสุขและน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยนะเราว่า เหมือนกันกับสองคนที่เราพูดถึง เขาเป็นแค่คนแปลกหน้ากัน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เขาก็ไม่ใช่แค่หันมองกันและไม่สนใจกัน แต่เขาเลือกทำให้ช่องว่างของคนแปลกหน้านั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีของกันและกันได้ 

[ทำอะไร] What's Going On | ทำไม ทำอะไร เพื่ออะไร

ตั้งใจเปิดบล็อกเพื่อที่จะมาแชร์อะไรที่อยากแชร์ พิมพ์อะไรที่อยากพิมพ์ คุยอะไรที่อยากคุยไปเรื่อยๆ แต่ดันเขียนไปรอบเดียวก็ไม่เขียนต่อจนเกือบเดือน! จะว่าเวลาไม่มีก็ไม่ใช่ มันออกแนวคิดเยอะไปมากกว่าว่าเขียนอะไรดี บวกกับขี้เกียจนิดๆด้วย (ฮา) มัวแต่คิดว่าอยากให้คนเข้ามาอ่านเยอะๆ อยากให้มีคนสนใจของเราเยอะๆเลยคิดว่าจะเขียนอะไรดีที่คนจะได้เข้ามาสนใจ แต่จริงๆเรื่องพวกนั้นมันเป็นอะไรที่ไม่สมควรคิดเลยเหอะพออยากจะทำอะไรตามใจตัวเอง ตอนนี้เลยพยายามจะไม่คิดอะไรเยอะแยะว่าจะเขียนอะไรดี (แต่ก็คิดบ้าง เพื่อนไม่ให้มันเวิ่นเกินไป) จริงๆเพิ่งกลับจากการไปเที่ยวมั่วๆมาที่อังกฤษ มีเรื่องนึงที่อยากจะเขียนมากๆเกี่ยวกับอังกฤษ...เป็นอะไรที่ชอบมาก แต่คงไม่ใช่แบบว่านำเที่ยว แนะนำสถานที่เป็นเรื่องเป็นราวเพราะความสามารถในการเก็บข้อมูลแนะนำคนนี่...น้อยมากนะ แต่เอ๊ะจริงๆก็เป็นคนที่ชอบแนะนำคนโน่นนี่นะ...เอ๊ะยังไง ช่างเหอะ วันนี้พอเท่านี้ดีกว่า J  สวัสดีค่ะ 

- - - - - - - - - - - -  - - - - - - - -  - - - - - - - 

Hello to my blog. Well, what do people say when they start their new entry…I have no idea but I always seem to start mine like this since years ago. Haha. Weird though. Anyway, I have decided to start up this blog after I have many of them back in time when I was a teenage and all of them probably just forgotten by me or I just closed them because I got bored easily. Back to this, I decided to start this because I want to share whatever I want, type whatever I think of or just saying things out there for those around the world in this internet world. That was my first idea of doing this, but I ended up post the first entry like…nearly month and haven’t continued it since then. I think it happen to be so because I was thinking too much of what I want to post or what I want to blog. I want people to read and visit my blog that’s why I want to write something interesting for them to get attach. Well, that seems to be a very bad idea for wanting to do whatever I want from the start. Now I come to think of it. I will continue my blog as what I like. I will find some topic that is interesting and I want to share and will post it on and stop being lazy! J My next entry probably about the thing that I experienced in UK, I went there last week and I really have great time there. Anyway, end of blog now J See ya! 

[วันนี้คือวันอะไร] April Fools' Day | วันโกหกหน้าตาย

ต้องรีบซะหน่อยแล้วก่อนจะหมดวันนี้ไปในอีกไม่กี่นาที

วันนี้คือวันอะไร... What day is today? 

วันนี้ไม่ใช่วันสำคัญทางศาสนา วันสำคัญของครอบครัว หรือ วันสำคัญของโลกหรือประเทศ แต่วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ทำให้วันอันแสนธรรมด๊าธรรมดาให้เป็นวันที่มีสีสันให้กับใครหลายๆคนรวมถึงเราด้วย จึงอยากมาแบ่งปันและบอกต่อเล่าเรื่องเกี่ยวกับวันนี้ให้ฟังเผื่อใครที่ไม่รู้จักจะได้รู้ ส่วนคนที่รู้อยู่แล้วก็...มาแชร์กันนะว่าเคยเล่นทริกหลอกคนอันไหนไปบ้าง

วันนี้คือ "APRIL FOOLS' DAY" หรือภาษาไทยที่เราเคยเห็นคนเรียกกันว่า "วันเมษาหน้าโง่"

*นอกเรื่องแปป สาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ต้องมา..*
มันคือวันเกิดฝาแฝดเฟร็ด กับ จอร์จ วีสลีย์


วันที่ 1 เมษาของทุกปีเป็นวันที่คนจะโกหกหรือแกล้งคนอื่นไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม...แต่!ได้ถึงแค่เที่ยงวันเท่านั่นนะหลังจากนั้นก็เฉลยเพื่อนไปเถอะว่าโกหกอะไรไป วันนี้เป็นธรรมเนียมของทางฟากตะวันตกที่เล่นกันมานานมากแล้ว ครั้้งแรกที่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับวันนี้คือรู้จักจากหนังสือของดิสนีย์ที่สอนภาษาอังกฤษเด็ก หลังจากนั้นทุกปีก็เล่นมาตลอด หาเรื่องแกล้งเพื่อน แกล้งน้อง แกล้งครู แกล้งทุกคนไม่ว่าจะใครก็ตาม บางคนจากที่ไม่รู้จักวันApril Fools'กลายเป็นว่าโดนแกล้งโดนหลอกจนรู้จัก คนที่โดนเราหลอกมาทุกปีๆคงคิดว่า ไอ้หนังสือเล่มนั่นไม่น่ามาแนะนำให้เรารู้จักวันนี้เลยจริงๆ(ฮา)

จริงๆวัน April Fools' มันรากฐานความเป็นมามานานมาก...มากจริงๆ เคยไปเปิดอ่านจากที่ไหนซักที่บอกว่ามันมีมาตั้งแต่ช่วงMedieval หรือ ยุคกลางของทางยุโรปตั้งแต่ช่วง14th Century...นานมากจริงๆเห็นป่ะละ แต่เราอย่าไปคุยเรื่องในอดีตที่มันนานจนหาอะไรมาประติดประต่อไม่ได้เลยดีกว่า 

April Fools' Day ที่ต่างประเทศเค้าเล่นกันแบบจริงจังมากๆ แบรนด์บางแบรนด์ออกวีดีโอโปรโมตจริงจังยิ่งกว่าการเปิดตัวสินค้าใหม่ของจริงซะอีก ไม่ใช่แค่สินค้าหรือบริษัทแบรนด์นะแต่พวกสื่ออย่างเช่นช่องข่าวหรือว่ารายการทีวีก็หลอกคนดูจนคนดูเชื่อกันไปค่อนประเทศจนมาตอนเที่ยงนั่นแหละถึงจะรู้ว่า เห้ยไอ้ที่เราเชื่อไป กรี้ดไปว่ามีสินค้าแบบนี้ออกมาใหม่โน่นนี่...มันเป็นเรื่องโกหก พร้อมกับโดนตะโกนใส่หน้าโดยพิธีกรรายการว่า"APRIL FOOLS!"โดนไปเต็มๆค่ะ เราก็เคยโดนนะ...ในเฟสบุ๊คแหละมั้งเท่าที่จำได้ หงายเงิบไปตามๆกัน...ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วด้วยนะว่าวันนี้คือวันApril Fools แต่ก็ดันไปหลงเชื่ออยู่ดี

ปีนี้มีหลายแบรนด์ที่เล่น April Fools เหมือนทุกๆปีแต่ขอหยิบมานิดหน่อยที่เราชอบมาให้ดูกันหน่อยดีกว่า

Prankนี้คือ PAC-Maps ผลงานของ Google Maps  

Googleนางจัดเต็มตลอดไม่ว่าจะปีไหนก็ตาม แต่ถ้าเทียบกันแล้วชอบของปีที่แล้วมากกว่า 


อันนี้คือวีดีโอโปรโมตของปีที่แล้ว Google Maps : Pokemon Challenge 
วิธีเล่นก็แค่เปิดGoogle Mapsและซูมตามถนนหนทาง ตึกรางบ้านช่อง ซูมเข้าไปค่ะ ซูมโน่นซูมนี่ ไปทางโน้นทางนี้ตามแผนที่ไปเรื่อยๆเพื่อหาโปเกมอน! มันช่างออกมาหลอกผู้ใหญ่ตอนต้นๆอย่างเราซะจริงๆ ด้วยความที่เลือดโปเกมอนมาสเตอร์ยังคงไหลเวียนอยู่ในตัว...ปีที่แล้วก็นั่นซูมๆแผนที่ไปหนึ่งวันเต็มๆ งานการ อินทงอินเทิร์นไม่ต้องทำค่ะนั่งหาPokemonจนตาแฉะ

ต่อกันด้วย PlayStation Flow ของ Sony ที่ออกวีดีโอสินค้าตัวใหม่ให้คนได้กรี้ดกร้าดกันทั่วหน้า


มันคือ PlayStationที่ไว้เล่นในน้ำ! ใครจะไม่กรี้ดถามจริง!!! แล้วดูวีดีโอของเค้าดิจริงจังอย่างที่บอกป่ะ ออกมาพูดเป็นเรื่องเป็นราวอ่ะ

ส่วนอันนี้คือไม่ไหวแล้วตลกมาก...คิดได้เนอะที่เอาออกมาอ่ะ 
มันคือรองเท้า...Selfie ใช่ค่ะมันคือรองเท้าSelfie หรือ Selfie Shoes by Miz Mooz

มันเป็นรองเท้าที่สามารถเสียบสมาร์ทโฟนของเราเข้าไปได้และ...แค่ยกขาขึ้นมาถ่ายรูปSelfieตามสไตล์ความเก๋ไก๋ของแต่ละคนแค่นั้น!เราก็จะได้รูปSelfieที่ไม่ต้องลำบากยืดแขนนนนนให้ยาวเหยียดอีกต่อไป มันไม่ใช่ไร...แต่คือมันตลกมาก (ฮาาาาาาาา)


จบพวกแบรนด์แล้วกลับมาที่เราดีกว่า ปีนี้เราก็เล่น April Fools เหมือนกัน ตอนแรกคิดไม่ออกว่าจะเล่นอะไรดีเพราะใช้มุขมาแทบจะหมดทุกสิ่งอย่างแล้วเท่าที่จะคิดได้ 

ยกตัวอย่างของปีที่แล้วหน่อยแล้วกัน...ปีที่แล้วเราลงรูปนี้ 


ใช่ค่ะ...เราประกาศขายบัตรคอนเสิร์ตTaylor Swiftที่ไปต่อแถวรอซื้อตั้งแต่ห้างยังไม่เปิดสองชั่วโมง ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทมิตรสหาย...เชื่อกันทุกราย! วุ่นวายโวยวายกันอย่างล้นหลามเยี่ยงตัวเองไม่ได้ไปเอง มีคนมาขอซื้อต่อด้วยนะ...แอบสงสารเค้าเล็กน้อยเพราะเหมือนเราไปให้ความหวังเค้าแล้วสรุปเป็นApril Fools แต่จริงๆคนที่น่าสงสารที่สุดคือเราเหอะ...เพราะหลังจากที่เล่นApril Foolsกันอย่างสนุกสนาน Taylor Swift นางก็ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตของจริงไม่April Fools'ใส่หน้าแฟนคลับชาวไทยทุกคนที่แหกขี้ตาไปรอซื้อบัตรนาง รู้สึกเหมือนกรรมตามมาติดๆโทษฐานโกหกและหลอกลวงชาวบ้าน...

และปีนี้ค่ะปีนี้ LinLin ขอเสนอการprankอีกแบบนึงที่ไม่ซ้ำกับที่เคยทำมาในปีก่อนๆ
อย่างงนะคะว่ามันคืออะไรกันแน่ แบบว่าแกเอาเพจซ้ำสองอันมาให้ชั้นดูทำไม...นี่คือprankของเราปีนี้ ทางซ้ายคือหน้าเพจของเรา ส่วนทางขวาคือของน้องสาวค่ะ 

เราเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนรูปเปลี่ยนprofileทุกอย่างของ Facebook และ Instagramให้เหมือนของน้องสาวแทบทุกอย่างและไปโพสวอลล์คนโน้นคนนี้แกล้งเค้าไปทั่ว มีคนหลงเชื่อเยอะพอสมควรส่วนพวกที่ไม่เชื่อส่วนมากก็คือเพื่อนสนิทของเราเองที่รู้ว่าเราไม่พลาดวันนี้แน่นอน แถมน้องสาวเราไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนเราเท่าไหร่ อยู่ๆมันจะไปโพสวอลล์ของเพื่อนเราก็กระไรอยู่และคงเป็นไปไม่ได้ (ฮาาาาาา) แต่แค่มีคนเชื่อเราก็สนุกแล้ว สนุกมากด้วย ขำไม่หยุดเลย มีเพื่อนน้องสาวบางคนกดReportไอจีจริงของน้องด้วยเพราะคิดว่าของเราที่เราโพสโวยวายว่ามีคนก๊อปไอจีเป็นของจริงแล้วของน้องเป็นของปลอม อันนี้เด็ดมากทำเราหัวเราะไม่หยุดเลยเพราะไม่คิดว่าแค่ทริกง่ายๆแค่นี้จะมีคนเชื่อด้วย เพราะถ้าเอาจริงๆแล้วถ้าเลื่อนลงมาล่างๆพวกรูปหรือโพสอะไรแบบนี้...ของเรากับน้องไม่เหมือนกันเลยซักนิด ไอจีนี่ถ้าเลื่อนมาอีกสองบรรทัดเห็นหน้าเราเต็มๆแต่ก็ยังอุตส่าห์เชื่อกันด้วย 

ทิ้งท้ายกันด้วยprankน่ารักๆจาก TOMSกันนะคะ เราไปเปิดเจอพอดีคือทางTOMSไม่น่าจะตั้งใจหลอกคนให้เชื่อว่าเค้าจะมีสินค้าใหม่หรอกแต่เราว่าเค้าขายความน่ารักของความหมายและเป้าหมายของสินค้าในวีดีโอนี้มากกว่า ลองเปิดดูกันนะ เราเชื่อว่าทุกคนจะคิดแบบเราเพราะมันน่ารักมากจริงๆ


Give the way you live. Introducing the TOMS ActGIVEity Tracker.
Posted by TOMS on Wednesday, April 1, 2015


PS. ต้องขอบคุณทุกคนที่เชื่อและหลงกลทริกของเราเพราะไม่งั้นมันคงทำเราเซ็งแย่ถ้าไม่มีใครซักคนเลยที่เชื่อ ไม่งั้นมันไม่ใช่April Fools' Dayอ่ะ จริงป่ะ

PS2. จริงๆkarmaยังคงตามเรามา...เพราะหลังจากที่แกล้งเปลี่ยนชื่อตามน้องในfacebook เราต้องใช้ชื่อที่เปลี่ยนวันนี้ 'Lew Karmolchanok' ไปอีก60วันจนกว่าจะเปลี่ยนกลับคืนได้ กรรมตามทันจริงๆ 

PS3. ปีหน้าอย่าลืมเล่นApril Fools' กันนะคะ หรือถ้าใครไม่เล่นก็ติดตามพวกแบรนด์ต่างๆดูพวกไอเดียของพวกเค้าก็ได้ เราว่ามันน่าสนใจและสร้างสรรค์มากๆ