[What to Love] Halloween, With Love | หนีเที่ยว ฮาโลวีน ข้าวสาร

HAPPY …ummm POST HALLOWEEN! ! !
**ก่อนหน้านี้กะอัพที่ไปเที่ยวเกาหลีก่อนแต่ดันไม่มีเวลาเอาฟิล์มไปล้าง...รอรูปก่อนแล้วกัน มาเรื่องที่เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆฝนตกปรอยๆกันดีกว่า**
เมื่อวานวันฮาโลวีน!
เผื่อใครไม่รู้(แต่เชื่อว่าน่าจะรู้หมดนะ) วันที่
31 ตุลาคมของทุกปีคือวันฮาโลวีน หรือ วันปล่อยผีของฟากตะวันตก คือให้แต่งตัวเป็นปีศาจเป็นผีกันออกไปเคาะๆประตูบ้านขอขนมน่ารักๆ Trick or Treat กันไป แต่นั่นเป็นการเล่นฮาโลวีนของเด็กๆไง ตอนนี้เราโตแล้วนะเว้ย เราก็ขอยกระดับการเล่นนิดนึง พอโตจากเด็กขึ้นมาการเล่นฮาโลวีนก็ไม่ใช่แค่แต่งตัวเป็นผีอีกต่อไปอ่ะ ตอนนี้ทุกคนนีแฟนซีกันเต็มมาก เราชอบมากเวลาเห็นคนเอนจอยกับพวกเทศกาลหรือเล่นอะไรกันแบบนี้ โดยเฉพาะวันฮาโลวีนและวันคริสมาสต์ อาจะเพราะเรียนโรงเรียนนานาชาติมันมีจัดงานทุกปีจะอินก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ใช่แค่อินแต่จริงๆคือ obsess (ฮา) เมื่อวานกรี้ดกับทุกคนที่แต่งแฟนซีฮาโลวีนมาแล้วพูดคำว่าน่ารักเกินสิบครั้งได้ (น่ารักไม่ใช่แต่งหน้ารักนะ แต่เหมือนแบบ...น่ารักเพราะแต่งมาเล่นฮาโลวีนกันงี้ มันเป็นการกระทำที่น่ารัก ฮา)


กลับเข้าเรื่อง เทศกาลฮาโลวีนของเราต่อ คือไม่เคยไปข้าวสาร แล้วไม่เคยไปไหนในวันฮาโลวีน(นอกจากที่โรงเรียน) เลยตัดสินใจไปข้าวสารเปิดหูเปิดตากันซะหน่อย ที่เที่ยวอะไรแบบนี้มักจะเล่นเทศกาลกัน มาดูบรรยกาศความ...แน่นของข้าวสารกันเล้ยยย

แอบบอกก่อน...ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแอบถ่าย (ขออนุญาตผู้ที่อยู่ในภาพใน ณ ที่นี้ด้วย...ทันป่ะ แงง) แล้วคนที่แต่งฮาโลวีนมามีเยอะมากบางคนขอถ่ายไม่ทันเพราะตอนนั้นลืมคิดว่าเอออัพบล็อกก็ดีเนอะ นั่นแหละๆ เอาเท่าที่ได้เนอะเนอะ
เราไปนั่งร้าน Golf Bar กับเพื่อนค่ะ ได้เจอสาวๆสามคนนี้ ตอนพวกนางเดินเข้ามาโซนร้านอีนี่คือกรี้ดเลยจริงๆ น่ารักมากกกกก(ก.ไก่ล้านตัว) ตอนแรกแอบถ่ายพวกนางก่อน แล้วเริ่มคิดได้ตอนจะออกจากร้านเลยไปขอสาวๆถ่ายดีๆ คือเต้นกันมันส์มาก แต่งตัวกันน่ารักมาก ฮาโลวีนมากมาก 
ที่นั่งของร้าน Golf Bar คือจะมีริมทางนอกร้านด้วยอ่ะ เรานั่งกันตรงนั้น...นั่งไปก็ส่องคนแต่งฮาโลวีนกันไป ข้าวสารคนเยอะมากจริงๆ เดินไปเดินมาคือเบียดอ่ะ เพราะร้านมันเถิบออกมาตรงทางเดินเยอะด้วยมั้ง ก็ตามประสาคนนั่งอยู่ข้างในเดินออกไปขอถ่ายไม่ได้ก็...แอบถ่ายค่ะ (แหะๆ)
พี่อินเดียแดงชุดเด่นมาก รีบคว้ากล้องขึ้นมาถ่าย
แก็งนี้น่ารัก แต่งหน้ากันหมดเลย  
สองคนนี้ไม่ได้แต่งค่ะ แต่สเต็ปการแดนส์นี่สุดมาก

งานแปะคลิปก็มา เป็นสองคนที่น่ารักดี
คนนี้แต่งหน้าสวยเหมือนกัน ขอแอบถ่ายหน่อย

สองสาวกำลังอะเมซกับการแต่งหน้า้ของพี่เสื้อเหลือง คือแผลแหวะได้ใจมากไรงี้ (โปรดโฟกัสที่กลางภาพ ด้านขวานี่ชัดเฉยไม่ได้ตั้งใจโฟกัสเลย 55555) อยู่ที่ร้านซักพักก็กะย้ายร้าน ไปเดินหาร้านกันหน่อย 
เดินไปทางท้ายข้าวสาร ผ่าน Lucky Beer เจอคนนี้เข้าไป...ยอมใจค่ะ โนบรานะคะแต่มีสติกเกอร์แปะไว้หน่อย คนเยอะดีจริงๆ
 อันนี้หันไปเจอพอดี คุณพ่อแต่งเต็มมาก นึกว่าจะงับหัวคุณลูก
คู่นี้เห็นตั้งแต่ตอนนั่งที่ร้าน แต่ถ่ายไม่ทัน พอเจออีกรอบก็เลยรีบขอถ่าย น่ารักมาก ตอนแรกเห็นก็นึกถึงYogi Bearแต่พอเสิร์ชดู...ก็ไม่ใช่ป่ะ เพราะผู้ชายใส่ชุดสีนี้ หรือเรื่องไรอ่ะมันเหมือนเรื่องอะไรซักอย่าง ใครรู้ช่วยบอกๆ 
 อันนี้ก็มาเป็นแฟมีลี่ จริงๆแอบหวังจะเจอคนแต่งเป็น Addams Family แต่ก็ไม่มี (เสียใจ)
Mario & Luigi ก็มา สองอันนี้ต้องมีในทุกฮาโลวีนจริงๆ เคยเห็นรูปของที่ญี่ปุ่นคือยกมาทั้งรถคาร์ทเลย กะเล่นกันเต็มมากจริงๆ
สามสาวเชียร์ลีดเดอร์ค่ะ ตอนที่ไปขอเค้าคือมีคนขอเค้าถ่ายเยอะมากจนเค้าไม่ได้เดินไปไหน แอบนอยหน่อยๆแต่ก็ยอมให้ถ่าย ตอนถ่ายก็บอกให้รีบๆถ่ายๆ (อารมณ์ประมาณว่าชั้นจะได้ไปเที่ยวของชั้นต่องี้)
เดินไปอีกหน่อยก็เจอbackdropถ่ายรูปที่estเอามาตั้งไว้ ที่เด่นไม่ใช่backdropนะ แต่คนที่ยืนถ่ายกันนี่ดิ แต่งสุดมาก เอาจริงเราว่าเรากลัวผีแบบนี้มากสุดละ คือนางรำห้องหุ่นมากๆ 

นอกจากนางรำก็มีกุมารค่ะ แต่ตัวนี่ไม่กุมารแล้วนะ 
พอเสร็จจากสองกุมาร ก็ต้องขอสองคนตรงกลางถ่าย ผู้หญิงน่ารักมากมาก แบบมากมาก ไม่ไหวแล้ว 
แต่งเป็น Corpse Brideคือดีมากกก ชอบมาก ลงทุนลงสีมากสีฟ้ามาเต็มจริงๆ 
คือเป็นคนชอบผลงานของTim Burtonและชอบมากเวลาเจอคนแต่งเป็นคาแรคเตอร์ของเขา อย่างJack Skellington กับ Sally จาก Nightmare Before Christmas กับ เรื่อง Corpse Brideนี่ คนชอบแต่งกันมาก (ปีที่แล้วมีนักร้องญี่ป่น Kyary Pamyu Pamyuก็แต่งเป็น Corpse Bride อันนั้้นชุดเต็มมากตามสไตล์นาง แล้วในงานที่นางไปTim Burtonก็ไปงานเดียวกัน นี่กรี้ดหนักมาก) 

 มีเวทีด้วยนะ เอาดีเจมาเล่น
แล้วตอนเดินไปเดินมาหาร้านจะนั่งต่อ อยู่เพื่อนก็มีฝรั่งมากอดคอถ่ายselfie ก็ยิ้มกันงงๆกันไป 
สองคนนี้คือไล่ขอถ่ายSelfieกับคนอื่นตามทางไปเรื่อยๆ ตอนแรกเราก็แอบถ่าย พอเขาหันมาเห็นรีบหันมายิ้มให้กล้อง แถมรีบวิ่งเข้ามากอดคอถ่ายselfieเราเข้าไปอีก ก็ฮากันไป น่ารักดี ดูเขาเอนจอยสถานที่และบรรยากาศเที่ยวสุดๆ
ทิ้งท้ายด้วยภาพทางเดินที่คนยังเยอะตลอด...สรุปก็หาร้านต่อไม่ได้แถมต้องขับรถอีก กลับดีกว่า

ก่อนไปขอแปะความบ้า Nightmare Before Christmas เล็กน้อย 
รู้สึกว่าจะเป็นคลิปเต้นของรายการที่อเมริกา Dancing with the Stars เทปล่าสุด เป็นการแสดงของ Team Nightmare เป็น Halloween Special ดูเลยข่าา ชุดน่ารักเต้นกันดีมาก เพลงน่ารัก(อวยหน่อยเพราะเพลงจากเรื่องNightmare Before Christmas ชอบบบ)

Credit.
DWTS's vdo from Youtube
Thank you so much all the people in my photos both I have asked for permission and those whose I have not. 

- THANK YOU -

[Place to Eat] #HASHME | #แฮชมี #แท็กมี #พวกเราก็คงผอมกันดี

กลับมากันอีกครั้งกับ...ของกิน !!! 
หลังจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ๆบล็อกหอยหอมมีคนเข้ามาดูกันเยอะแยะมาก รอบนี้เลยว่าจะมาพาไปกินกันอีกครา แต่คราวนี้คงขอไม่เอาปิ้งๆย่างๆเตาๆถ่านๆนะ คราวนี้ขอสวยๆหวานๆเพราะวันนี้มีแต่สาวสาว...หวานแบบเบาหวานจะกินเพราะบล็อกนี้จะพาไปกิน "วาฟเฟิล" ค่าาาาา

วาฟเฟิลที่พูดถึงคือร้านนี้เลย >> #HASHME (ขอติดแฮชแท็กนิสตามชื่อร้าน)
ขอพูดถึงชื่อร้านนิดนึง Hashmeคือมาจากhashtag แล้วไอ้ตัวhashtagคือมันเป็นสี่เหลี่ยมงั้นชะ มันก็เหมือนวาฟเฟิลเค้าก็เลยเอามาเป็นชื่อร้านซะเลย...มั้ง(นี่คิดเองไม่ได้ถามเจ้าของร้าน) เราว่าก็ตามกระแสดีเพราะช่วงนี้ในโซเชียลไรงี้ก็ต้องมีแฮชแท็กโน่นนี่กันเยอะแยะ

ร้านอยู่ที่ 9:53 Art Mall ตรงซอยทองหล่อ9 สุดซอยแล้วmallจะอยู่ทางซ้าย ใครจะขับรถมาก็ได้เพราะมีที่จอดรถเสร็จสรรพ ถ้าไม่มีก็มีvalet parkingได้ตามสะดวกค่ะ Hashmeอยู่ชั้น 4 ชั้นบนสุดของที่นี่เลย ขับผ่านมาหลายรอบวันนี้ได้ฤกษ์ยามงามดีได้มากินเพราะจะเลี้ยงส่งเพื่อนค่ะ! เพื่อนจะไปสิงห์บุรี(หราาาา)
ที่เห็นจับนี่อยู่คือกำลังconnect wifiของทางร้าน (ชอบใช่wifiฟรี)
คือจริงๆแล้วถึงจะบอกว่าจะพาไปกินวาฟเฟิล...แต่ที่จะเอาให้ดูส่วนใหญ่มีแต่ของกินจานหลักแบบจัดเต็มทั้งนั้นเลยอ่ะ ที่นี่ไม่ได้มีแค่วาฟเฟิลตามชื่อร้านนะนะ มีหลากหลายอยู่และบอกได้เลยว่าทุกอย่างอร่อย! คอนเฟิร์มโดยเด็กอ้วนทั้ง7เลยค่ะ

ร้านไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็ไม่ได้เล็กเกินไปค่ะ พอดีๆอ่ะน่ารักดี ส่วนเมนูคือน่ารักมากเพราะเค้าจะติดแฮชแท็ก#อยู่หน้าชื่อเมนูอาหารด้วย คำแนะนำเมนูก็ติดแฮชแท็กแบบสไตล์ที่พวกเราชอบลงกันในinstagramอะไรงี้อ่านแล้วเหมือนกำลังอ่านไอจีเพื่อนอยู่งี้ จริงๆมีเมนูแบบภาพด้วยแต่ลืมถ่ายมาให้ดู




~ มาเริ่มของกินกันเลยดีกว่า ~

ประเดิมจากแรกมาด้วย starter...Cheesy Fried

ท่องเอาไว้ค่ะว่าเราจะผอม...ผอมทีหลังละกันนะเพราะแปปเดียวหมดจาน!

ตามมาด้วย วาฟเฟิลคาโบนาร่าเพิ่มเบคอนและไข่ ค่ะ (ต้องเพิ่มด้วยนะเพื่อความเต็มของเมนู...เต็มแบบอ้วนๆ) เมนูวาฟเฟิลแบบของคาวมีหลายอย่างนะคะ แล้วแต่ว่าจะสั่งอะไรเลย มีกับทูน่าชีส, โบโนเนส, แฮมชีส หรือ อะไรพวกนี้อีกเยอะ แต่เราสั่งเป็นอันนี้

พยายามจะโรยเบคอนสวยๆแต่...สรุปคือตกอยู่มุมเดียว(ฮาา)
ไข่เยิ้มมมมมมมมม 

จานนี้อร่อยค่ะ(มีอะไรไม่อร่อยบ้าง ตอบ!) ครีมคาโบนาร่าคือกลมกล่อมมากหอมมาก แต่แป้งวาฟเฟิลแอบเหนียวไปนิดนึงเพราะมันเย็นแล้วอ่ะนะ 

ต่อด้วยเมนูที่สามที่...ผ๊อมมมมม ผอมมมมม ขาหมูเยอรมันไดเอท(หมูอ่ะไดเอทแต่คนกินน่าจะไม่)
นี่ก็อร่อยแบบไม่อวยนี่พูดจริง หมูหนังกรอบเนื้อนิ่มน้ำจิ่มดีมันบดเลิศ...เอาเข้าปากแล้วน้ำตาไหล(กี่แคลคะที่กินลงไป นับค่ะนับ ฮือออออ) 

ขอมาเมนูเส้นกันบ้าง เรากับเพื่อนสั่งสปาเกตตี้กันมาอย่างกะจะสั่งทุกเมนูเส้น
 อันนี้Spicy Seafood หรือ ผัดขี้เมานั่นแหละเนอะ อร่อยกำลังดีไม่เผ็ดมากซีฟู้ดดีมากปลานิ่มมาก
ถัดจากสไปซี่จานแรกก็ขอต่อจานสอง อันนี้เรียกว่าไรหว่า...ขอเรียก ผัดกระเทียมพริกแห้งเบคอน (แค่เอาทุกอย่างในจากมารวมเป็นชื่อเดียวกัน ฮาาา) อันนี้ก็อร่อย...อร่อยจริงๆ ในบรรดาเมนูเส้นเราชอบสองจากแรกนี้สุดเพราะมันไม่เลี่ยนหรือครีมเกินไป

เส้นที่สามก็กลับมาหาไข่เยิ้มกันอีกรอบ จานก่อนหน้าเป็นวาฟเฟิลไม่หนำใจพอก็จัดสปาเกตตี้คาโบอีก
ซอสคาโบนาร่าคือเป็นอะไรที่ดีมากค่ะ มันๆหอมๆ(แต่กินเยอะก็แอบเลี่ยน...แต่ยังกินต่อจนหมด) 

จานสุดท้ายของสปาเกตตี้ คือ สปาเกตตี้โบโลเนส ค่าาาาา
เพื่อนกินแล้วบอกว่าจานนี้อร่อยเหมือนกันแต่เราไม่ค่อยชอบซอสเท่าไหร่อ่ะ รสชาติปะแล่มๆเหมือนมะเขือเทศไม่สุดมั้ง(เป็นคนติดซอสมะเขือเทศมาก) ถ้าใครจะลองสั่งดู(เอาตามความเห็นเรานะ)แนะนำสั่งสองจานแรกค่ะ Spicy Seafood กับ ผัดกระเทียมพริกแห้ง สองอันนั้นคืออร่อยจริงมันจะแห้งๆหอมๆพริกอ่ะ(เราเป็นคนทานเผ็ดเลยติดกลิ่นติดรสหน่อย)


ผักโขมอบชีสสสสสสสสึ
ของกินเล่น(?)อีกจากก่อนเข้าmain dish (นี่ยังไม่เมนอีหรอ!)

เข้าเมนูหลักmain dishที่สั่งแล้วค่ะ 'Black Cod
อันนี้คือดีมากจริงๆ คือชอบกินปลาแต่ตอนแรกกะจะไม่สั่งเพราะกลัวเพื่อนไ่ม่กิน แต่พอกินปลาชิ้นโตที่มากับสปาเกตตี้ขี้เมา...สั่งเพิ่มจานนี้ทันทีเลยค่ะเพราะมั่นใจมากว่ามันต้องอร่อยแน่ แล้วมันก็อร่อยจริงๆอ่ะ เนื้อปลานิ่มมากหนังกรอบไม่เหม็นคาวเลย 
ใครชอบทานปลา...จงสั่งเมนูนี้ค่ะRECOMMENDหนักมากมาก

และแล้ววววววว ก็มาถึงสิ่งที่เราตั้งใจผ่าฝนผ่ารถติดเข้ามากิน ของหวานมาแล้วข่าาา
สั่งมาสองแบบ Volcano Waffle กับ Blueberry Waffle สาเหตุที่สั่งสองแบบนี่ไม่ใช่อะไรนะคะ เพราะมีคุณเพื่อนที่น่ารักสองคน...คนนึงไม่กินชอกโกแลต ส่วนอีกคนนึงไม่กินนม (นา่รักมากกกก) เวลาจะกินขนมอะไรกันก็ต้องสั่งสองแบบไม่นางเลือกเอาในสิ่งที่ตัวเองกิน 
เรากับเพื่อนสั่งVolcanoเป็นแบบชั้นเดียวค่ะ ก็อร่อยดีนะไมโลๆอ่ะมันไม่ชอกโกแลตเลย(สรุปนางที่ไม่กินชอกโกแลตกินจานนี้ได้นะ นางบอกไม่เหม็น...เออค่ะ! เอาที่เพื่อนสะดวกเลยค่ะ!)

จากที่สองเลยสั่งมาเป็นชั้นซะหน่อยเอาให้เหมือนที่เห็นในไอจีนิดๆ แต่2ชั้นพอ 11ชั้นนี่สู้ไม่ไหวจริงๆ
ไอศครีมอร่อยค่ะ ส่วนน้ำราดบลูเบอร์รี่รสชาติรำลึกถึงวัยเด็กเกินไป(ให้ทายเหมือนรสชาติอะไร ฮาาา) แต่หลายคนก็บอกว่าอร่อยนะรสชาตินี้ ชั้นของวาฟเฟิลนี่สั่งเพิ่มได้นะคะว่าจะเอากี่ชั้น แต่เราว่าวาฟเฟิล2ชั้นคือกำลังพอดีนะถ้าสั่งมากกว่านี้มันจะกลายเป็นว่าจะกินไม่มันหรืออาจจะกินไม่หมดเลยด้วยแล้วตัววาฟเฟิลจะนิ่มและไม่ค่อยอร่อยแล้วอ่ะ เรากับเพื่อนไปกัน7คนกินเกือบไม่หมด(ถ้าดูจากของกินก่อนหน้านี้...ถ้าหมดแบบสบายๆนี่พวกเราก็เริ่มจะน่ากลัวละ)

เสร็จสิ้นหมดกันไปคนละห้าร้อยกว่าบาทค่ะ ถ้าถามเรา เราว่าราคาไม่ได้แย่นะกำลังดีและอิ่มกันทั่วหน้า แล้วตอนนี้ทางร้านมีกิจกรรมให้ลงรูปรับส่วนลดด้วยนะคะ ให้ถ่ายรูปลงinstagram แล้วแท็กlocationร้านHashme พร้อมติดhashtag #hashmeofficial และmention @hashmeofficial ด้วย จะได้ลด10%ค่ะ

ใครเป็นสาวกวาฟเฟิลไปลองทานกันนะนะนะ แล้วสั่งเมนูอื่นด้วยนะค่ะ อาหารอร่อยมากจริงๆ ร้านน่ารักด้วย เจ้าของสวยด้วย ทางร้านรับจัดprivate partyด้วยนะแอบเห็นในไอจีของทางร้านอะ จะBirthdayจะปาร์ตี้สละโสดจะเลี้ยงลงยังไงก็แล้วแต่ เค้าจัดสวยงามมากนี่ถ้าไม่ติดที่ว่าวันเกิดเลยมาแล้วจะจัดที่นี่เลย 


สุดท้ายนี้ขอแปะวีดีโอไว้เรียกความสนใจเพิ่มเติม


Cutie little double layer #hashmeofficial #เปิด11โมงนะค๊า
Posted by Hashme on Saturday, September 12, 2015
ร้าน Hashme (9:53 Art Mall)
เปิด อังคาร - อาทิตย์ (ตอนนี้ปิดทุกวันจันทร์ค่ะ แต่ได้ข่าวว่าเค้าจะเปิดทุกวันละนะ รอแปป)
เวลา 11.00 - 23.00
Facebook page : HASHME
Instagram : @hashmeofficial


-Thank You-

[What's In] LALIN | ตัวตน ตัวเรา หรือตัวใคร



ในวันที่คิดว่าเอ้อจะนอนละนะ จะตื่นเร็ว ดันเลื่อนหน้าไทม์ไลน์เฟสบุ๊คไปเจอกับโพสของเพื่อนคนนึง เพื่อนคนนั้นโพสวีดีโอตัวนึงที่ตอนเปิดไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในคือวีดีโออะไร ที่เปิดดูเพราะรูปที่ขึ้นthumbnailสีและอารมณ์มันสวยดี พอเปิดดูจากที่บอกจะนอนแล้วนะ กลายเป็นนั่งดูจนจบ

นี่คือthumbnailที่พูดถึง
พอดูไปได้เกือบครึ่งก็รู้แหละว่ามันคงเป็นโฆษณาอะไรซักอย่างเพราะเนื้อหามันต้องการสื่ออะไรบางอย่างออกมาผ่านตัวละครผู้หญิงชื่อลลิน แต่ใช้จุดที่เป็นอะไรที่เข้าถึงทุกคนได้ดีโดยเฉพาะในสังคมออนไลน์(หรือจริงๆก็ทั้งออฟไลน์) วีดีโอตัวนี้เป็นโฆษณาของคลีนิคเสริมความงาม(เรียกอย่างนี้รึเปล่าหว่า)อย่างที่คิดไว้ในตอนที่ดูไปได้เกือบครึ่งเพราะตัวละครหลักของหนังสั้นเป็นผู้หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับหน้าเพราะเธอใส่หน้ากากปิดครึ่งหน้าตลอดเวลา ถึงแม้จะรู้ว่ามันเป็นโฆษณาแต่เราก็ดูมันต่อไป ทั้งๆที่ปกติถ้าเจออะไรแบบนี้จะกดออกหรือSKIPไปทันที(ยิ่งในyoutubeนี่แทบจะรอนับ5วินาทีไม่ไหว skipรัวๆ) แต่เชื่อว่าถ้าเจอโฆษณานี้เป็นโฆษณาขั้นในyoutubeเราอาจจะปล่อยมันเล่นและดูมันจนจบเหมือนกัน


"LALIN" - Short Film
"LALIN" - Short Filmหนังสั้นออนไลน์ ที่ท้าทายให้คุณเผชิญหน้ากับโลกความจริง!
Posted by Pornkasemclinic on Monday, September 7, 2015

พอคิดมาถึงจุดนี้ว่าถ้าเจอในyoutubeแล้วจะปล่อยในเล่นไม่กดskipก็ทำให้เรามองโฆษณาตัวนี้ว่า เออว่ะ มันดีว่ะ มันทำให้เราสนใจได้ทั้งๆที่เราไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย(ในเชิงจะเดินเข้าไปใช้บริการคลีนิคเสริมความงาม)เลย นั่นคงเพราะมันไม่ได้ขายของปาผลิตภัณของมันใส่เราแบบซึ่งๆหน้าอย่างน่าไม่อาย(เหมือนโฆษณาส่วนใหญ่ที่ยังทำอยู่ทั้งๆที่รู้ว่าคนไม่สนใจและเบื่ออะไรแบบนี้มากๆแล้ว)


ขอเรียกหนังสั้นดีกว่า หนังสั้นเรื่องนี้หาจุดที่ทำให้คนสนใจได้ดีมากในความคิดเรา เอาจุดเรื่องเน็ตไอดอล เรื่องความพยายาม(สร้างตัวตนและหลอกตัวเอง/คนอื่น)ให้เป็นที่ยอมรับในสังคมออนไลน์(ที่ไม่มีใครซักคนที่รู้จักตัวตนจริงๆของเราด้วยซ้ำ) สถานที่ที่เป็นญี่ปุ่น(ที่คนแห่ไปกันอย่างกับญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งจังหวัดในประเทศไทย) และสุดท้ายซึ่งเราว่านี่คือจุดที่ดึงดูดเราให้เปิดดูคือ cinematography ของหนังสั้นนี้ ทั้งมุมกล้องเอย ตัวภาพนิ่งที่เป็นshotเอย สีของหนังสั้น มุมกล้อง การตัดต่อหรืออารมณ์ของภาพที่สื่อออกมา ภาพมันเป็นสไตล์ที่ช่วงนี้คนกำลังให้ความสนใจกันมากมากเลยแหละ (รูปที่โพสก่อนย่อนี้คือมุมและการตัดหรือการใส่ลูกเล่นที่เราคิดว่ามันเข้าใจสื่อดี สวย)


เรื่องเนื้อหา หนังสั้นนี้เหมือนตั้งใจตีเข้าหน้าคนดูแบบแสกหน้ากลางกบาลเรื่องความจริงในสังคมที่ทุกคนล้วนแต่พยายามสร้างตัวตนสมมุติขึ้นมาในโลกออนไลน์และพยายามทำให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับในโลกนั้น โดยที่ถ้ามองกันตามจริงแล้วทุกอย่างเป็นแค่สิ่งจอมปลอมที่สร้างขึ้นมา ไม่มีใครรู้จักใครจริงๆและที่แน่ๆไม่มีใครเผยตัวตนจริงๆของตัวเอง ในโลกนี้(แบบทั้งออนไลน์และออฟไลน์ถ้ามองลึกลงไปอีก)มีแต่ใส่หน้ากากเข้าหากันเหมือนกับลลินที่ใส่หน้ากากและแสร้งว่าตัวเองเป็นลลินที่ทุกคนหลงไหลเพราะสวยน่ารัก พอถึงตรงนี้...ก็ทำให้เราหันมาถามตัวเองว่า นี่คือโลกที่เรากำลังตามหาอยู่จริงหรอ โลกที่คนยอมรับและชื่นชมเราที่ไม่ใช่เราเนี่ยนะ (ในความคิดเรา ถ้าจะต้องพยายามขนาดนั้นก็เลิกมะ /คือคิดแบบนี้ตอนฉากที่นางกดเข้าapplicationละปรับโน่นนี่หลายสิบอย่าง เหนื่อยแทน)


เนื้อหาอย่างที่สองคือความพยายามที่จะเปลี่ยนตัวเอง (อันนี้ผ่านตัวละครผู้ชายที่เข้ามาคุยกับผู้หญิง) ถ้ามองทางลลินแล้วเธอคนนี้ไม่ได้พยายามที่จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้คนยอมรับในตัวเธอแต่สิ่งที่เธอทำคือการปกปิดตัวเองและสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่(ถ้าเรามองตรงนี้ขนาดตัวเธอเองยังไม่ยอมรับในตัวเอง ยังกลัวหน้าตัวเองยังพยายามปกปิดตัวเองเลย แล้วใครที่ไหนเขาจะมายอมรับตัวตนจริงๆของเธอกัน) แต่ตัวผู้ชายไม่เหมือนกัน เขาทำในสิ่งที่ต่างจากเธอ ผู้ชายคนนี้พยายามเปลี่ยนตัวเองจากที่เคยอยู่จุดเดียวกับลลินที่ไม่มีใครยอมรับเพราะตัวเองอ้วน เขาใช้ตรงนั้นมาเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต พยายามที่จะสู้กับคำสบประมาทของคนรอบข้างไม่เอาคำนินทาหรือเยาะเย้ยมาสนใจและสุดท้ายก็สามารถแสดงให้คนรอบข้างเห็นว่าเขาทำได้ ไม่หนีตัวเองแต่เปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้นเพื่อตัวเอง ชอบที่มีตัวละครผู้ชายคนนี้เข้ามาเพราะมันเป็นจุดที่เหมือนให้ความกล้ากับลลินที่จะหยุดแสร้งตัวตนและหันมาเปลี่ยนแปลงตัวเองจริงๆ


เนื้อหาอย่างสุดท้ายคือSELF
SELFในเชิงที่เราต้องหันกลับมาหาตัวเองมากขึ้นสนใจตัวเองมากขึ้นและยอมรับในตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่สักแต่สนใจว่าคนรอบข้างจะรู้สึกยังไงกับเราจะยอมรับเราไหมหรือกลัวว่าคนอื่นจะมองเรายังไง มันก็จริงที่เราต้องสนว่าคนจะมองเรายังไงแต่ก็ไม่ควรมากเกินไปและSELFที่สนใจตัวเองก็ไม่ให้ตรงนี้มากไปแบบชั้นจะทำแบบนี้จะทำไมไม่แคร์สายตาชาวโลกแบบนี้ก็ไม่ใช่ แต่ก็อยากให้จำไว้ว่าควรให้เวลากับตัวเองคิดถึงตัวเองเพราะนี่คือตัวคุณ ความคิดความเห็นคุณ และชีวิตของคุณ สนใจความคิดคนอื่นได้แต่ใช่เอามันมากดทับตัวเอง เราต้องเอาตรงนั้นมายอมรับในตัวตนและเปลี่ยนแปลงตังเองให้ดีขึ้นเพื่อตัวเราเองต่างหาก


ปล.ขอเพิ่มสองรูปที่เราคิดว่าแสงสวยดี อยากไปซัปโปโรทันที 
ปล2.นี่ไม่ได้มาขายคลีนิคเสริมความงามเพราะไม่ได้ค่าโฆษณาไม่ได้ทำหน้าฟรีแค่ชอบโฆษณาหนังสั้นตัวนี้ 555555
ปล3.ถ้าเขียนเยอะกว่านี้...มันจะยาวมากเพราะสามารถลงประเด็นได้ยืดยื้อและลึกกว่านี้

credit. 
VDO (from facebook page) : Lalin video


- THANK YOU-

[What to Love] I LAVA YOU | ความน่ารักของความรักของภูเขาไฟ


คือก็คิดอยู่ว่าเขียนบล็อกไรดีนะ เราเพิ่งไปดูInside Outมาเขียนเรื่องนี้ดีไหมนะ แต่พอคิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่าเพราะมันมีอะไรที่มันติดใจเรามากกว่าตัวหนัง...อะไรที่ว่าก็คือ Short Film ก่อนฉายของ Inside Out เรื่อง Lava

(พรีวิวหนังสั้น)

Lava เป็นหนังสั้นที่Pixarเอามาฉายโปะหน้าหนังหลัก แต่อยากจะบอกว่าหนังสั้นเรื่องนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าหนังหลักเลยแม้แต่นิดเดียว Lavaเป็นหนังสั้นที่น่ารักมากๆ มากๆ มากๆ เรื่องนึงเลยเท่าที่เคยดูมา มันสั้นและได้ใจความและกินใจ แล้วด้วยการที่เรื่องนี้คือหนังเพลง มันยิ่งทำให้เรื่องมันเข้าถึงใจคนได้ง่ายกว่าเดิมเข้าไปอีก

เนื้อเรื่องคือเกี่ยวกับภูเขาไฟกลางทะเลที่ร้องเพลงตามหารักแท้ แต่ท่ามกลางสิ่งต่างๆกว่าพันปีก็ไม่มีท่าทีว่าความหวังนั้นจะเป็นจริง ร้องเพลงไปเรื่อยๆเป็นเวลาหลายฟันปีนับวันเข้าลาวาในตัวก็มอดเพราะความหวังอันลิบหลี่ แต่ที่ไหนได้ในระยะเวลาที่ร้องนั่นแหละมีภูเขาไฟอีกลูกนึกที่ฟังอยู่ตลอดเวลาใต้ทะเล จนวันนึงลาวาของเขาก็มอดลงแต่ในวันนั้นภูเขาไฟอีกลูกก็ตัดสินใจที่จะขึ้นมาจากใต้ทะเล เธอจำเพลงของเขาได้และตัดสินใจร้องเพลงนั้น พอเขาได้ยินเพลงของเขาจากเธอเขาก็ผุดขึ้นมาจากทะเลอีกครั้งด้วยความดีใจ สุดท้ายภูเขาไฟทั้งสองก็ได้รักกันและอยู่เคียงข้างกันหลังจากที่รอเวลานี้มานานแสนนาน

ผู้กำกับของเรื่องนี้ (James Ford Murphy) ได้แรงบันดาลใจมาจากฮาวาย เพราะตัวเขาชอบฮาวายมากๆ ทั้งภูมิศาสตร์ ทั้งคน ทั้งเพลง ทุกอย่าง รวมไปถึงภูเขาไฟที่ฮาวายที่ยังคงปะทุอยู่ เขาจับเอาจุดนี้ของภูเขาไฟที่ยังปะทุของฮาวายมาแต่งเป็นเรื่องราวความรักที่น่ารักซะไม่มีมาให้เราดูและเอาจริงป่ะ...เอามาให้เราร้องไห้ซาบซึ้งไปกับความน่ารักของคู่รักภูเขาไฟคู่นี้ ทั้งๆที่เป็นแค่ภูเขาไฟไม่ใช่คนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นที่เราสามารถมองแล้วเห็นความเป็นจริงได้แต่มันน่ารักมากๆ เพราะมันเล่นกับจินตนาการของเราให้คิดตามไปด้วยพร้อมฟังเพลงและอมยิ้มไปกับหนังสั้นเรื่องนี้

"What if volcanoes spend their entire life searching for love? I thought I could really have fun with this, and make it happy and wonderful.” James Ford Murphy, director of Lava

หนังสั้นนี้แสดงเห็นความรักที่ยิ่งใหญ่ที่เราใช้เวลานานหลายปีกว่าจะได้เจอใครซักคนที่จะมาอยู่เป็นคู่เรา การที่เราอยู่คนเดียวมานานไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้เจอใคร เขาคนนั้นอาจจะเฝ้าดูและฟังเรามาตลอด เหมือนแบบถ้าคู่กันได้ยังไงเราก็จะได้เจอกันและอยู่ได้ด้วย

(เพลงเต็ม)

ท่อนนี้เป็นท่อนที่เราชอบที่สุดในเพลง เป็นท่อนสุดท้ายตอนภูเขาไฟทั้งสองได้อยู่ด้วยกันแล้ว น่ารัก
~
I have a dream, I hope it will come true
That you’ll grow old with me and I’ll grow old with you.
We thank the earth sea, and sky we thank too.
I lava you, I lava you. 
~



 Last quote from director for the universal lesson from the film and its creation.
"Pursue the stuff you love, and great things happen."



ปล. ใครยังไม่ไปดู Inside Out ไปดูด่วนๆ จะได้ดู Lava ด้วยนะ
ปล2. อยากไปฮาวายจังงงง

Credit: สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับหนังสั้น Lava's info
           สำหรับรูปวาด Khallion's Twitter