[Place to Eat] Tree Tales | ทรีเทลส์ ณ พัทยา บลั๊นช์ในสวนกับน้องหมาแมว

ตื่นเช้ามา จะมีอะไรให้นึกถึงอีกนอกจากของกิน และไม่ใช่ร้านที่เดินออกมาจากห้องแล้วพุ่งตัวเข้าเลย คือต้องเป็นร้านที่เราอยากมากมากแต่ระยะทางการไปกับความหิว...ก็สู้กันตลอดทางที่ขับไปที่ร้าน

บล็อกที่สัญญาไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้วจนตอนนี้เกินเดือนละ
วันนี้จะมาแนะนำร้านอาหาร/บลั๊ช/ขนม (เดี๋ยวคือต้องเรียกว่าไร) ร้านอาหารแหละเนอะ
เราจะมารีวิวร้าน TREE TALES กัน

Tree Tales มีสองสาขาค่ะ สาขาที่เราไปอยู่บนถนนพัทยา-นาเกลือ ตรงข้ามซอยนาเกลือ10
สาขานี้เรียกว่า Tree Tales "Garden Recipes" น่าจะเพราะที่นี่ตกแต่งร้านแบบมีต้นไม้โน่นนี่และสามารถนั่งข้างนอกopen airได้ เหมือนเดินเข้าไปในสวนลับเบาๆพอดูจากหน้าร้าน
หน้าร้าน

เรากับเพื่อนเลือกนั่งโต๊ะข้างนอกเพราะวันนั้นอากาศไม่ร้อนมากเย็นๆฝนตกปอยๆ แถมยังเช้า(เช้าหรอ...คือไปถึงก็เกือบ11โมงละไง ฮาาาา)อยู่เลยนั่งรับลมธรรมชาติดีกว่า 
จากที่โต๊ะไปหน้าร้าน
ร้านจัดน่ารักมากมากมากมาก หรือเราอาจจะเป็นพวกเครซี่โอเวอร์พวกไม้ๆต้นไม้ๆอยู่แล้ว พอเดินเข้าไปนี่กรี้ดเลย จริงๆเป็นคนบอกให้เพื่อนนั่งข้างนอกด้วย 

เมนูของหวานคือสิ่งที่เรารอคอยยย เดี๋ยวๆๆ ยังไม่ได้กินข้าวเช้านะ
อันนี้อาหารเช้า
นั่งโต๊ะปุ๊ปเปิดเมนูปั๊ป หน้าแรกที่เปิดนี่ไม่ต้องถามว่าคืออะไร....ของหวานค่ะ! 
มีเมนูพวก Brunch ให้เลือกโน่นนี่ มีแซนวิช, Egg benedits อะไรอีกมากมายพูดไม่หมด ถ่ายเมนูมาแค่นี้ค่ะ

พอสั่งอาหารเสร็จก็เอากล้องออกมาถ่ายรอบๆตัว โต๊ะทางขวาเป็นครอบครัวคนญี่ปุ่น น่าจะอาศัยอยู่แถวนี้แหละ มีต่างชาติเดินเข้าออกร้านเยอะมาก เหมือนเป็นพวกที่บ้านอยู่แล้วนี้ละเดินมากินอาหารเช้ากัน น่ารักดี 

โอ๊ะ!
มาแล้วๆ ตาฟ้าสวยยยย
 ถ่ายร้านต่อได้รูปนึงเจ้าถิ่นก็มาาาาาาา นางชื่อบรูเล่ (น่าจะมาจากCreme Bruleeแหละ) 
นอนแหมะ!
เดินมาถึงที่โต๊ะแล้วก็มานอนแหมะอยู่ข้างๆ เหมือนออกมาต้อนรับ ไม่กลัวคนไม่สนใจคนเท่าไหร่ เป็นฮัสกี้ตัวดำๆ สงสัยไปแอบเล่นที่ไหนมาแล้วไม่ยอมอาบน้ำ 

เครื่องดื่มเป็นประเภทแรกที่มาเสิร์ฟก่อนค่ะ

ของเราเป็นชาชื่อ Love Potion จะเป็นชากุหลาบ ส่วนของเพื่อนเป็นน้ำตะไคร้อัญชัญ ชื่อ Magical Herb ขนาดชื่อน้ำยังน่ารักเลยอ่ะ คิดดิ มีความครีเอทีฟตั้งชื่อ
 Love Potion 
Magical Herb
ของเพื่อนอีกคนชื่อ Summer Passion น้ำเสาวรสโซดา
เราปล่อยให้คุณบรูเล่นอนเล่นข้างโต๊ะรออาหารและเฝ้าโต๊ะแทนแล้วไปเดินถ่ายรูปเล่นรอบร้านก่อน
ร้านจัดได้น่ารักมากจริงๆ โต๊ะยาวๆตรงกลางนี่น่ามีมุมแบบนี้ในบ้าน ข้างในร้านก็ไม่ร้อนนะ มีลมผ่านตลอด ส่วนข้างหลังร้านถ้าเดินหน่อยจะเป็นโรงแรม ต้นไม้เยอะเหมือนกัน

มีตู้เก็บจานไว้โชว์ ใส่คละสีก็สวยดี
กลับมาที่มุมโต๊ะยาว
ดีเทลตรงเก้าอี้ตรงโต๊ะนี้น่ารักมาก มันเป็นเหมือนโมเสกเบาๆเล่นสี 
พื้นกระเบื้องงงง
บอกแล้วว่านี่มันน่ารักมากมาก เราเป็นพวกบ้าอะไรแบบนี้อยู่แล้ว อย่างการจัดร้านสีร้านโต๊ะไม้ยาวๆกับพื้นกระเบื้องงี้อีก ฮรือออ น่ารักมาก มุมถ่ายรูปเยอะมากนะ ใครชอบหามุมถ่ายรูปลงอินสะตาหรืออะไรมาเลยค่ะดีงามไปหมด (แต่มาสั่งของเค้ากินด้วยนะไม่ใช่มาแต่ถ่ายรูปนาาา)
กำแพงหน้าห้องน้ำ อีนี่ก็จะถ่าย
ถ่ายเข้าในร้านจากด้านหลัง
สองคนนี้ก็ถ่ายรูปหามุมกันตลอดเวลา
เดินมาถ่ายด้านในร้านแบบไม่มีใครเฝ้าโต๊ะกันเลย ของเขิงวางไว้ไม่สนใจ (ฮาาาาาาาาา) แต่ของไม่หายหรอก พี่พนักงานเค้าดูอยู่แล้ว (ไว้ใจคนง่ายมาก)

พอเดินกลับมาที่โต๊ะ...เจอแบบนี้
บรูเล่นอนเฝ้าจริงๆหลับตานอนสบายเลย
โอ๊ะ! ลืมตาแล้ว
มองบนพี่ขนาดนี้คืออะไรคะบรูเล่ พี่ไม่โอเค (ฮาาาาา)
หลังจากโดนดุ นางก็ทำหน้าอ้อนงี้ 
แลดูเหมือนบรูเล่มีความรำคาญอีพวกมนุษย์พวกนี้บ้าถ่ายรูป ถ่ายกันนานมากกว่าจะกลับมาที่โต๊ะ แต่อาหารก็ยังไม่มานะเลยปล่อยบรูเล่เฝ้าโต๊ะไง

อย่างแรกที่มาเสิร์ฟก่อน...ไข่เจียว!! ก็แย่ละะะะะะ (พยายามจะหาชื่อเรียกจริงๆมาบอกแต่...ที่จดไว้หายไปแล้ว! สรุปก็ไข่เจียวแหละเนอะ)

ข้างในมีแฮม ชีส ผัดสองสามอย่างละก็เจียวค่ะละก็ทอดค่ะ สรุปเป็นไข่เจียวที่อร่อยค่ะ รสชาติกลมกล่อมอยู่แล้วไม่ต้องมีอะไรเพิ่มเติมมากมาย อาจจะขอจิ้มซอสมะเขือเทศซะหน่อยตามสไตล์การกินของคนไทยที่ติดกินทุกอย่างแล้วต้องจิ้ม


จานที่สอง สิ้นคิดแต่ไม่สิ้นรส (อูววววววววว) ข้าวกระเพราหมูสับไข่ดาว
จานนี้ถือว่าอร่อยเลย ชอบมาก คือเพื่อนตอนแรกกะสั่งBrunchฝรั่งๆเก๋ๆ แต่ก็หยุดไม่ได้ที่จะสั่งข้าวเพราะหิวมากกกกกกกกกก

เราสั่ง ​Chicken Club Sandwich มาเป็นขนมปังยาวและเคียงpotato wedge 
สิ่งนี้เกือบจะเป็นเมนูสิ้นคิดแต่พอเจอข้าวผัดกระเพราอันก่อนหน้าเข้าไป...แพ้เลยค่ะ อร่อยนะ ให้พวกไก่เบคอนไข่ไรงี้เยอะมาก พูดง่ายๆคือกินไม่หมด (คนอื่นอาจหมดแต่เราไม่) 

สังเกตคนข้างๆกินจะหมดละะะะะ นี่เพิ่มเริ่มไปคำเดียว
พอกินไม่ไหวแล้ว...(ไม่ได้บอกว่ากินเสร็จนะ ฮาาาา คือกินไม่หมดอ่ะ)ก็ดูร้านด้านใน มุมกาแฟ ตู้เค้ก ที่นั่งด้านในก็น่ารักดี มีชั้นสองด้วยแต่เราไม่ได้เดินขึ้นไปดู


เปิดประตูเข้าไปก็จะเจอเคาน์เตอร์ที่เป็นเหมือนstationทำขนม ทำเครื่องดื่มอะไรประมานนั้น กระดานดำด้านหลังน่ารักมีวาดๆเมนูวันนี้


 จานเจินอะไรน่ารักไปหมด เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อ่ะ แล้วเคาน์เตอร์ที่เอาแผ่นหินอ่อนมาทำก็สวยมาก เ
มีเค้กเยอะมาก เค้กแครอท ชีสเค้ก ทิรามิสุ
 ขาดไปไม่ได้ก็คงเป็นตู้เค้ก นี่ยืนก้มๆมองๆนานมากจนพนักงานที่จะมารอรับออเดอร์เดินไปทางอื่น เพราะรู้ว่าคงอีกนานกว่าจะสามารถเลือกได้ว่าจะกินอะไร

ถ้าใครมาแล้วนั่งด้านใน(เผื่อวันอากาศร้อน)ก็โอเคนะ จัดข้างในน่ารักสบายๆcozyนิดๆ ประมาณว่านั่งแล้วไม่เกร็ง

เมื่อภารกิจการเดินดูร้านจบ (จริงๆเดินดูเค้ก) ก็มีเป้าหมายใหม่

พอดีได้ยินเสียงร้องเลยเดินตาม ละมาเจอออออ นางชื่อนวลนาฐ​ (ไม่รู้สะกดยังไงนี่มั่วเองให้มันดูมีอะไร)

มีความอ้อนนนนน
ตอนแรกไปเจออยู่ข้างร้านตรงที่จอดรถ...แหะๆ ก็ไปหาสิคะ แล้วก็เลยอุ้มมาที่โต๊ะ คนโต๊ะข้างๆสองคนคือมองแบบเอิ่มๆ
มาเล่นกัน มาเล่นกัน

และภารกิจก็เสร็จสิ้น จับนางมานั่งเล่นบนตักได้ น่ารักมาก ตัวยวบยาบ แต่ก่อนเราเป็นคนที่เกลียดแมวสุดชีวิต ไม่ค่อยสิ่งมีชีวิตนี้เท่าไหร่เพราะนางไม่สนใจโลกมากเกินไป แต่มีเพื่อนคนนึงรักแมวแบบแถบจะถวายชีวิต...สรุปend upบ้าแมวไปเลยค่ะ เจอแล้วต้องพุ่งตัวเข้าใส่ 

ภารกิจตามล่าหาแมวจบ แต่ภารกิจการกินไม่จบ...สั่งเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง ซี่โครงหมูบาบีคิวหรือซอสอะไรซักอย่าง รสชาติซอสอร่อยดี แต่เราว่าอันนี้ยังต้มหมูไม่เปื่อยเท่าไหร่ ยังไม่นิ่มอ่ะ หมักยังไม่ค่อยเข้าเนื้อด้วย

หมดไหมคะ ถามใจตัวเองดู

ก่อนออกจากร้านก็ขออีกซักสองรูป

โต๊ะด้านหน้าติดกระจกมองออกไปทางถนน มีต้นไม้ใส่กระถางวางเยอะแยะ
หมดการพาชมร้าน Tree Tales 'Garden Recipes' เท่านี้ค่าาา
ใครที่ไปพัทยา ไม่รู้จะไปกินร้านไหนดี เราแนะนำร้านนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนะ ไปนั่งเล่นนั่งกิน ไปหาบรูเล่กับนวลนาฐด้วย 

Facebookของร้าน >> Tree Tales 'Garden Recipes'
Mapตามด้านล่างที่เราเอามาลงไว้ให้

-THANK YOU-

[Travel Diary] Finally, Seoul #3 | ทริปเดินวันสาม เด็กโข่ง ณ ล็อตเต้ vs เด็กยอนเซ ภาคค่ำ

หายไป...นานมากกกกกกกกก
ไม่ได้อัพเลยกี่วัน กี่เดือนหว่า แต่กลับมาแล้วค่าาา
กลับมาต่อกับทริปเดินของเรา ณ กรุงโซล วันที่สาม ! ! !

ไม่ได้อัพนานจนตัวเราเองงงเองว่าจะเริ่มบล็อกนี้ยังไงดีหว่า (ฮาาาา)
โอเคๆ แล้ววันที่สามเราก็เริ่มทริปกันด้วยความสดใสโดยการลากกระเป๋า...ที่เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นพอสมควรเพราะเราอยู่นี่มาสองวันละนะ มันต้องโดยยัดอะไรเพิ่มเติมเข้าไปบ้างแหละ! เปล่า...จริงๆของเราคือเบามากค่ะเพราะนี่คือไม่ค่อยขนไรเลย แถมไม่ซื้อของ เพราะซื้อของกินอย่างเดียว

วันที่สามเรากับพี่สาวอีกสองคนก็ทำการย้ายสำมะโนครัวจาก Gamja Guest House ณ ฮงแดแดนเด็กแนวไปที่ G-Stay Resident ที่อยู่ข้างสถานี Namyeong Station กัน จริงๆจำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้วว่าตัวเองนั่งรถไฟสายไหนและไปเปลี่ยนสายไหนเพื่อจะไปถึงNamyeongเพราะเอาจริงอีสองสถานที่นี้ไม่ได้มีความใกล้กันเลยถ้าเราย้ายโดยใช้Subwayซึ่งเราสามคนทำ พอไปถึงที่พักเสร็จ จ่ายตังโดยใช้แบงค์พันวอนที่แลกมาหมดไปสามปึก(สตาฟที่เป็นคนไทยแอบเอาพวกนี่มาก เพราะสตาฟเกาหลีต้องมานั่งนับเงินเพราะกลัวพวกนี่จ่ายไม่ครบ) เราก็ได้ฤกดิ์ในการออกเดินทางไปจุดหมายของเรา เย้!

LOTTE WORLD นั่นเองงงงงง
จุดหมายที่ผู้ที่เพิ่งเคยมาเกาหลีครั้งแรกจะต้องมาหรือจะต้องอยากมา(นี่เรามารอบที่สาม...มันไม่ตื่นเต้นแล้ว) เพราะนี่มันสวนสนุกที่อยู่กลางเมืองเลยนะ สวนสนุกติดอยู่กับห้างสรรพสินค้า มีเครื่องเล่นทั้งข้างในอาคารและนอกอาคาร แถมในอาคารตรงกลางยังเป็นลานไอซ์สเก็ตด้วย! (ติ่งซีรีย์หรือติ่งไอดอลทั้งหลายต้องรู้จักเพราะที่นี่มันถ่ายรายการถ่ายละครบ่อยมาก ตั้งแต่ยุคติ่งบุกเบิก) พอถึงLotte Worldนี่แอบคิดว่าจริงๆแล้วพี่สาวเราเนี่ยมันไม่ได้อยากมาเล่นเครื่องเล่นหรอก...มันอยากมาติ่งผช.เพราะว่าผช.ของนางเป็นพรีเซนเตอร์สวนสนุกว่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายพรีเซนเตอร์ของนางมานะ ใครอยากรู้เสิร์ชหาเลยค่ะ

เราซื้อตั๋วแบบผ่านประตูอย่างเดียวไม่ได้รวมค่าเครื่องเล่นด้วยค่ะ เพราะการเดินเมื่อทริปเดินวันแรกและวันสองทำเอาข้อเท้าเราปวดสุดๆแบบเดินยังยากเลย(จริงๆน่าจะเป็นเพราะตอนลงจากHaneulนี่ลงแบบไม่สนใจโลกมากเกินไรกระแดกข้อเท้าแรง ฮรือออ) เราต้องลากขาไปสวนสนุกเพราะทิ้งพี่ไม่ได้ ค่าเข้าเหมือนจะขึ้นจากครั้งโน้นนนที่เคยมา รู้สึกจะจ่ายไป33,000วอน แพงง่ะะะะ

 พอเล่นเครื่องเล่นอะไรไม่ได้ หรือจริงๆเราก็เลือกที่จะไม่เล่นเพราะไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้(ถ้าเป็นเครื่องเล่นที่มีน้ำอ่ะชอบมาก เสียวๆนี่น้องขอเถอะ ปล่อยน้องไป) ไม่เล่นเครื่องเล่นเราก็มาหาอะไรเล่นแทนค่ะ ในLotte World โซนด้านในมีส่วนของ3D Paintingไว้ถ่ายรูปเล่นพอดี
น้องน่ารักมาก น้องมากับคุณแม่ คุณแม่ถ่ายรูปให้ใหญ่เลย ยิ้มเก่งสุด ต่างด้าวก็ขอถ่ายด้วยค่ะ เราว่าคุณแม่อาจจะกลัวๆเราอยู่เพราะมาแอบถ่ายลูกสาวเค้าแบบนี้...

 น้องน่ารักมาก...เราเลยก๊อปน้อง น่ารักไหม (กล้ามากกกกก)

พอไม่ได้เล่นเครื่องเล่น...นี่ก็ต้องนั่งรอค่ะ นั่งรอก็หาเรื่องถ่ายอะไรไป แต่ก็ไม่ได้ถ่ายมามากมายเพราะส่วนใหญ่นั่งติ่งเอ็มวีใหม่ผช.จากประเทศเกาะอยู่(ญี่ปุ่นนั่นแหละ ญี่ปุ่น) ฮาาาา

ถึงเวลากินเราก็ต้องกินค่ะ เรื่องกินเรื่องใหญ่ ขาดไม่ได้ 
พี่บอกว่ามาเกาหลีนางต้องได้กินจาจังมยอน...เราขี้เกียจหาร้านจาจังมยอนข้างนอกให้แล้วพอดีกับที่ใน​​Lotte Worldโซนอาหารมีขายพอดีเลยลากไปกินซะเลย 
สั่งกันสามอย่างแหละ แต่เอามาโชว์แค่สองอีกอันนึงไม่ค่อยสวยงาม สั่งจาจังมยอน หมูทอดราดน้ำผึ้ง กับข้าวผัด(เหมือนๆข้าวผัดชาฮั่งของฮาจิบัง) เราว่าร้านนี้ก็อร่อยดี จาจังรสชาติไม่แย่ ส่วนหมูน้ำผึ้งอันนี้อร่อยมากกกกกกกกกกกก จบการรีวิวเรื่องกินมื้อกลางวันค่ะ (ปล.ร้านนี้อยู่ชั้นสองในตึกนะ...เปิดแผนที่สวนสนุกเอาค่ะ จำไม่ได้ค่ะ ฮาาาาา)

กินเสร็จก็ออกมาเล่นพวกเครื่องเล่นด้านนอก ไม่ได้เล่นอะไรเช่นเคยค่ะ แต่ตอนที่เคยมาครั้งแรกโน่นจำได้ว่าเคยเข้าบ้านผีสิงที่อยู่ข้างๆอีตัวดิ่งๆทีนึง...เลิกค่ะ ต่อแถวนานมาก ไม่มีอะไรเลย เข้าไปแค่นั่งดูหนัง3Dของแมวผี ไม่รู้ตอนนี้เปลี่ยนหรือยัง
อากาศข้างนอกกำลังพอดีเลย เย็นๆสบายๆ เราที่รอพี่เล่นก็หามุมถ่ายรูปไป ใบไม้กำลังเริ่มๆเปลี่ยนสีร่วง

อยู่ที่ Lotte World แค่ถึงบ่ายสองบ่ายสามก็ออกค่ะ ไม่มีความคุ้มในเงินที่เสียไปกับตั๋วผ่านประตู โดนเพื่อนเกาหลีด่าเรียบร้อยเมื่อบอกมันว่าชั้นไปมาแหละแก...แต่ชั้นไม่ได้เล่นอะไรเลยแถมอยู่แค่แปปเดียวเอง 

พอออกจากLotte Worldก็ไปที่ที่สองของวันค่ะ นั่นก็คือ...แหล่งช้อปปิ้งที่สถานีรถไฟ Express Bus Terminal Station
ไม่มีรูปนะคะที่นี่เพราะมัวแต่เดินดูซื้อของกัน จะเอากล้องมาก็วุ่นวายเหลือเกินเพราะคนเยอะมากกกก แต่สรุปเราก็ไม่ได้ของติดมือกลับมานอกจากเลโก้ตัวต่อให้น้องชาย... แต่ที่นี่ก็มีของให้ซื้อเยอะนะค เพราะแบบมันเป็นทางยาวๆสองทางขนานกันเลย มีร้านเสื้อผ้าทั้งชายหญิง ร้านถุงเท้า ร้านเครื่องประดับ พี่สองคนก็ได้ของมากันตามระเบียบ

พอช้อปปิ้งกันได้ซักพัก ถึงเวลาที่พี่จะต้องไปทำภารกิจหลักของทริปครั้งนี้ นั่นก็คือ...
การไปดูละครเวทีมิวสิคคอลของChen Chen แห่ง EXO เรื่อง In The Heights 
เรากับพี่เราเลยแยกกันหลังจากนี้ เราไปหาเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่ตึกซัมซุง แล้วพี่ไปที่โรงละคร ตอนแรกก็ขึ้นรถไฟสายเดียวกันเนี่ยแหละ แต่พี่ต้องลงก่อน...ละพอถึงสถานีนึงนางก็บอกว่าเห้ยต้องลงละ บอกเราว่าอย่าหลงนะ บลาบลา ระวังตัวโน่นนี่เพราะเราไปต่อคนเดียวละไม่มีอินเตอร์เน็ต สรุป...สถานีที่พี่เพิ่งกระโดดลงไปนั่นคือ ผิดสถานีค่ะ HAHAHAHAHAHHAHAHAHAHAHAHAHAHHAHAHAHAHAHAHAHHAHAHAHAHHAHAHAHAHAHHAHAHA (ขออนุญาตขำยาวมาก) ตอนพวกพี่ลงจากรถไฟไปเราก็ยืนนิ่งไปซักพัก พอได้ยินชื่อสถานีถัดไปเท่านั้นแหละ หลุดขำออกมากลางรถไฟเลย สงสารก็สงสารเพราะพี่สองคนก็ไม่ค่อยรู้เรื่องว่าจะไปไหนอะไรยังไง แต่ก็ขำแหละ แต่ยังดีที่ให้พกพ็อกเก็ตไวไฟไปไม่งั้นแย่แน่

กลับเข้าสู่การเดินทางโซโล่ของเราเพื่อจะไปหาเพื่อนที่กำลังจะเลิกงาน
เพื่อนทำงานที่ซัมซุงค่ะ กลัวแบบหากันไม่เจอเราเลยไปรอที่ใต้ตึก มีwifiให้ใช้ฟรีด้วยเป็นความดีงาม
สิ่งนี้คือเรียกว่าอะไรไม่รู้ อยู่ใกล้ที่ทำงาน มาเดินเล่นฆ่าเวลาเพราะถ้าไปที่สถานีตอนนี้...เป็นปลากระป๋องแน่ๆ ทุกคนเบียดกันตายเพราะช่วงRush hour

พอเดินเล่นกันพอสมควร ก็ต้องไปหาอะไรกินกันก่อน (กินอีกแล้ว)
เย็นนี้กินร้าน 엉클스 (Uncles) เป็นร้านขายต๊อกบกกีแบบฟิวชั่น ร้านนี้น่าจะมีหลายสาขาอยู่นะเราว่า ไม่ได้เช็คอ่ะ แต่อันนี้เรากินที่โซนร้านค้า(ร้านเหล้า)ใกล้กับYonsei U
บรรยากาศในร้านก็ดีนะ ต้องลงบันไดลงมาเป็นชั้นใต้ดิน คนเยอะอยู่

และแล้วของที่สั่งก็มา ต๊อกบกกีปลาหมึกทอด
มันใหญ่มาก ปลาหมึกทอดใหญ่สุดๆ ก็มีชีสมีไข่ตามประสาต็อกบกกี สามารถเลือกความเผ็ดได้
สรุปการรีวิวการกินในครั้งนี้ อร่อยค่ะ เผ็ดกำลังดี ชีสก็ไม่เยอะไป(ถ้าไม่สั่งเค้าใส่เพิ่มอะนะ) ถ้ามีโอกาสรอบหน้าไปจะไปหาทางกินให้ได้อีกรอบ (นี่พิมพ์บล็อกไปหิวไป...แล้วชอบมาอัพตอนกลางคืนตลอดดด)

พอกินเสร็จก็ไปเดินย่อยกันที่มหาลัยฝั่งตรงข้าม(ข้ามถนนใหญ่ไปถนนนึงเลย) ไม่ไกลมาก
ได้มีโอกาสได้เดินทัวร์Yonseiซักที เพื่อนชวนให้มาหามาที่มหาลัยหลายรอบไม่ได้มา มาได้อีกทีก็ตอนทำงานละคะ เพื่อนบอกว่าเราโชคดีมากที่มาตอนนี้พอดีเพราะมหาลัยเพิ่งจะทำด้านหน้าใหม่ ใหญ่โตอลังการงานสร้างเหลือเกิน ตรงนี้คือเนินกลาง ด้านใต้เป็นที่จอดรถอ่ะ 
อันนี้ตึกคณะบริหาร เราว่ามันสวยยยยยย อยู่บนเขาสุดๆแต่เดินกันมาเรื่อยๆไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่

พอเดินรอบมหาลัยหนึ่งรอบก็กลับมาที่เดิม ฟากร้านค้าร้านอาหาร เป็นโซนใหญ่มากจริงๆ คนยังเยอะอยู่เลย
ตบท้ายด้วยการไปนั่งชิวที่ร้านประจำของเพื่อนแถวนั้นน่ะแหละ ในขวดคือโซจูผสมยาคูลล์...มันอร่อยมาก และถ้าดื่มคนเดียวหมดน่าจะมึนมาก นอกจากนี่ก็ยังมีโซจูเกรปฟรุ้ตอีกขวดด้วยความอยากลอง สรุปติดใจ ตอนนี้ยังคงหาทางให้คนขนกลับมาจากเกาหลีให้ อิอิ

หมดวันที่สามไปอย่างชิวๆสบายๆ เดินไม่เท่าวันแรกและวันสองแต่กินนี่ปริมาณเท่าเดิมหรือมากกว่า (เอิ่มมมม) 

ย้ำเตือนร้านอาหาร
엉클스 (UNCLES) ร้านต๊อกบกกีฟิวชั่น เมนูหลากหลาย ปลาหมึกทอดยิ่งใหญ่ ใครไปจงไปหาลองไปกิน

-THANK YOU-